สามารถอ่านเล่ม1ได้โดยซื้อไลท์โนเวลเล่ม1 ของสำนักพิมพ์ I'm Book (เครือข่ายของ Siam inter comics) หรืออ่านเรื่องย่อได้ที่บล็อกนี้เลยค่ะ จิ้มๆ
 
credit Eng trans : Rin click
credit Thai trans : peunswint/so-me. click
 
 

หลังจากที่อยู่กับครอบครัวอาซาฮินะมาหลายเดือน เอมะจึงได้รู้ว่ามันรู้สึกดีแค่ไหนที่มีครอบครัวที่อบอุ่นและรักใคร่กัน อย่างไรก็ตาม ใครสักคนหนึ่งก็เริ่มที่จะรักเอมะมากขึ้น ในเล่มนี้มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นในงานเลี้ยงวันเกิดของซุบารุ, การดูหนังกับฟูโตะ, งานพบผู้ปกครองกับยูสึเกะและคานาเมะ, การออกเดทในงานวัฒนธรรมกับอิโอริ และการปรากฏตัวครั้งแรกของนัทสึเมะในงานแต่งงานของมิวะ (แม่ของหนุ่มๆ)



Chapter 5: 重なる身体、重なる唇、けれどすれ違う心は
การสัมผัสร่างกาย สัมผัสริมฝีปาก และหัวใจที่หายไป

เมื่อใกล้จะถึงสิ้นเดือนกันยายน, อุเคียวขอให้เอมะช่วยทำเค้กให้งานเลี้ยงวันเกิดของซุบารุที่ใกล้จะถึง ซุบารุจะอายุครบ 20 ปีในวันที่ 21 กันยายน , แต่วันนั้นดันตรงกับวันทำงาน(เรียน)ของคนอื่นๆ ,พวกเขาเลยจะจัดงานในวันอาทิตย์แทน หลังจากที่ซื้อวัตถุดิบในยามเช้าของวันอาทิตย์แล้ว , เอมะกลับบ้านมาก็พบกับใครบางคนนอนบนพื้นตรงโถงชั้น 5 Σ(Д`|||ノ)ノคนนั้นก็คือรุย(หลุยส์) เขาอยู่ในสภาพที่ดูเหนื่อยมาก, และเขาก็ง่วงมากจนไม่สามารถเดินไปนอนบนโซฟาได้ เขาเลยนอนบนพื้นแทน  ( ´゚ω゚`):;*.’:; รุยไม่สามารถมางานวันเกิดของซุบารุได้ เพราะเขามีงานต้องทำ แต่เขากลับบ้านมาเพื่อทำผมในเอมะโดยเฉพาะ  (*´∀`*) ฟูโตะกลับบ้านมาเหมือนกัน เขามาหารุย แต่ตอนนั้นรุยได้ออกไปหาที่ม้วนผมอันใหม่แล้ว และเมื่อฟูโตะเห็นผมทรงใหม่ของเอมะ เขาก็ได้เอ่ยปากชมว่าเอมะสวย แล้วก็ขำแบบเย้ยหยันพร้อมพูดว่า “เธอรู้สึกเหมือนเป็นเจ้าหญิงเพียงแค่เปลี่ยนทรงผมเนี่ยนะ ดีใจด้วยนะเอมะ เธอเพิ่งถูกฉันแหย่เล่น \(^o^)/”  ทั้งๆที่ฟูโตะเพิ่งดูถูกเอมะ เขากลับเรียกเอมะว่า“พี่สาวคนสวย”ก่อนจะเดินออกไป (ฟูโตะแอบชั่วร้ายเบาๆนะเนี่ย)

ในระหว่างงานปาร์ตี้วันเกิด อิโอริได้ห้ามคานาเมะจากการสัมผัสเอมะและถามเอมะว่าทำไมถึงเปลี่ยนทรงผม  เอมะตอบไปว่ารุยเป็นคนทำผมให้ อิโอริดูผ่อนคลายขึ้นเมื่อรู้ว่าเอมะไม่ได้ตั้งใจแต่งตัวเพื่อซุบารุ ซึ่งเธอก็ไม่เข้าว่าทำไม (เอมะช่างใสซื่อเหลือเกิน๕๕๕) ซุบารุนั่งหน้าแดงแบบฉุดไม่อยู่ อยู่ที่โต๊ะ แต่เมื่อเอมะเอาเค้กส่วนหนึ่งมาให้เขา เขาก็พูดขอบคุณที่เอมะทำเค้กให้ และนั่นทำให้เอมะรู้สึกมีความสุขเมื่อคิดว่าทุกคนในบ้านยอมรับเธอเป็นสมาชิกอีกคนของครอบครัวอาซาฮินะ คนที่อายุ 20แล้ว — กฎหมายในญี่ปุ่นบัญญัติไว้ สำหรับคนที่สามารถดื่มแอลกอฮอล์ได้ — มีการดื่มแอลกอฮอล์กันหลังจากงานปาร์ตี้จบ ในขณะที่มาซาโอมิต้องพาน้องๆคนอื่นที่อายุยังไม่ถึงออกไป

อย่างไรก็ตาม เอมะเพิ่งนึกออกว่าเธอลืมมือถือไว้ที่ห้องครัว ขณะที่จะไปเอามือถือนั้น เธอก็ได้ยินซึบากิถามซุบารุแบบแกล้งๆขำๆว่ารู้สึกยังไงกับเอมะ ซึบากิสังเกตเห็นว่าซุบารุกำลังตกหลุมรักเอมะ และเขายังพูดอีกว่าคิดยังไงกับเอมะที่เปลี่ยนทรงผมเพื่อเขาในวันนี้ และเมื่อซึบากิพูดว่าเขาสามารถช่วยทำให้ซุบารุที่ขี้อายสามารถสารภาพรักกับเอมะได้ ซุบารุจึงพูดขึ้นด้วยความโมโหว่าการที่มีเอมะมาอยู่ในบ้านนั้น ทำให้เขามีปัญหามาก หลังจากที่เอมะมาอยู่กับพวกเขา ทำให้ต้องระวังเรื่องการใช้ห้องน้ำ และเขาไม่สามารถเดินรอบบ้านโดยใส่แต่ชุดชั้นในได้อีก และท้ายที่สุดเขายังเรียกเอมะว่าตัวน่ารำคาญ จากนั้นซุบารุจึงเดินออกจากห้องนั่งเล่นไปเพื่อไปล้างมือและเขาเห็นเอมะยืนอยู่ตรงโถง แต่เอมะรีบวิ่งออกไปและร้องไห้อยู่ในห้องคนเดียว (สงสารเอมะจัง T^T)

ตอนดึกๆ เอมะได้เดินกลับมาที่ห้องนั่งเล่นใหม่และพบว่าซุบารุนอนอยู่บนพื้น เขาเมามากแต่เมื่อเห็นเธอ เขารีบลุกขึ้นมาขอโทษสำหรับสิ่งที่เขาพูดไปและขอให้เธอไม่เกลียดเขา ซุบารุเริ่มรู้สึกมึนหัว และเอมะก็พยายามที่จะช่วยพยุงตอนที่เขาจะล้มลง แต่ผลที่ได้คือเขาล้มลงบนตัวของเอมะแทน (*ノ∀ノ) เขาเผลอหลับไปก่อนที่เขาจะสารภาพผิดกับเธอ แต่เขาก็ได้จูบเธอเพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่จะเข้าสู่ห้วงนิทรา ซึบากิและอาซุสะเลยต้องลากเขาไปให้ไกลจากเอมะหลังจากที่เขานอนทับเธออยู่อย่างนั้น และสำหรับการที่เธอร้องไห้จากเหตุการณ์ก่อนหน้านั้น เอมะอธิบายว่ามันเป็นอุบัติเหตุ เช้าวันถัดมา เอมะเดินไปยังห้องนั่งเล่นและพบว่ามีคนนอนอยู่บนพื้นโดยที่หน้ามีการแต่งหน้าอย่างหนาด้วยสีดำ-ขาว-แดง เหมือนกับพวกสมาชิกของวงประเภท heavy metal มีคำว่า ‘ปีศาจ’ ‘แย่ที่สุด’ ‘ศัตรูของผู้หญิง’ เขียนไว้เต็มหน้าของเขา และเมื่อคู่แฝดบอกเอมะว่าอย่ามองไปที่นั่น เอมะจึงรู้ทันทีว่าคนที่นอนอยู่คือซุบารุแน่ๆ ซึบากิและอาซุสะแต่งหน้าให้เขาแบบเละสุดยอดเพื่อเป็นการลงโทษในสิ่งที่เขาได้ทำกับเอมะไปเมื่อคืน ∵.*.∵

 

 

หลายวันผ่านไป #005 – ด้านซุบารุ : ここより下はなく、上は果てしなく
ไม่มีอะไรอยู่ใต้ และความไม่สิ้นสุดอยู่เหนือขึ้นไป
-          ชื่อตอนที่แสนจะงงงวยกับความรู้สึกของซุบารุสุดหล่อ (อวยค่ะ^o^)   - 

 

ตอนนี้คุณคงคิดว่าจูบนั่นคืออุบัติเหตุสินะ แต่ไม่ใช่หรอก หลายวันต่อมา ซุบารุคิดถึงเพียงแต่เอมะและคิดว่าริมฝีปากเธอนั้นช่างนุ่มเหลือเกิน เขาไม่มีสมาธิกับการฝึกซ้อมเลยแม้แต่นิด และหลังจากที่เขาทำผิดพลาดในการซ้อมหลายๆครั้ง เขาก็เริ่มหมดแรงและโดนลูกบอลอัดเข้าหน้าไปเต็มๆ ระหว่างทางกลับบ้าน ซุบารุได้เดินคิดอะไรคนเดียวริมแม่น้ำ จริงๆเขาเริ่มคิดเกี่ยวกับเธอตั้งแต่วันที่ยูสึเกะพาเอมะมาดูเขาแข่งบาสแล้ว และการปรากฏตัวของเธอทำให้เขาเล่นได้ดีมากในวันนั้น ซุบารุไม่สามารถลืมรอยยิ้มของเอมะได้เลย ตอนที่เธอชมเรื่องการเล่นของเขา เขารู้ว่าเขาจะโดนไล่ออกจากทีมจากการเล่นของเขาวันนี้ และก็มีข้อความหยาบคายส่งมา ทำให้เขายิ่งอารมณ์ไม่ดีเข้าไปอีก ข้อความนั้นส่งมาต่อว่าการเล่นของเขาว่า “มันแย่ที่สุด” แต่ซุบารุก็คิดในมุมมองที่ต่างออกไป นั่นก็คือเขาจะไม่สามารถตกต่ำได้มากกว่านี้อีกแล้ว ถ้าการเล่นของเขาวันนี้มันแย่ที่สุด ดังนั้นสิ่งสุดท้ายที่เขาทำได้คือต้องปีนกลับขึ้นไปเท่านั้น 

 

Chapter 6-1: 夢はまだ遠くに ความฝันที่ยังห่างไกล

ช่วงปลายเดือนตุลาคม อุเคียวได้พูดถึงงานแต่งงานของมิวะและรินทาโร่ที่จะมีขึ้นในเดือนหน้า ซึบากิและอาซุสะจะร้องเพลงในงาน และซึบากิให้เอมะเลือกว่าอยากให้พวกเขาร้องเพลงอะไรในงาน เอมะจึงไปยืมซีดีเพลงที่เกี่ยวกับงานแต่งงานหลังเลิกเรียน และเอมะก็ได้เจอกับฟูโตะด้วยความบังเอิญในร้านให้เช่าดีวีดี ฟูโตะบอกให้เอมะอย่าเรียกชื่อเขาเพราะเขากำลังปลอมตัวอยู่ แต่เอมะก็ยังคงเรียกฟูโตะเสียงดังต่อไปโดยลืมสิ่งที่ฟูโตะห้ามไว้เสียสนิท เอมะถามว่า “ฟูโตะคุง เธอจะได้เล่นภาพยนตร์แล้วหรอ?” (´・ω・`;) ในตอนนั้น คนบริเวณนั้นได้รู้ว่านั่นคือฟูโตะและเริ่มกระซิบกระซาบกัน ฟูโตะเลยยื่นแผ่นดีวีดีทั้งหลายให้เอมะ และรีบวิ่งออกไปโดยไม่ลืมบอกเอมะว่าให้ยืมดีวีดีพวกนั้นให้เขาด้วย

เมื่อเอมะกลับมาถึงบ้าน ฟูโตะเลยแกล้งเอมะด้วยการดูดีวีดีพวกนั้นในห้องนอนเอมะ ตอนนี้ห้องของเขารกมาก และเขาก็อายเกินกว่าจะบอกเอมะว่าอยากดูดีวีดีวันนี้เลย เพราะเขาไม่ค่อยมีเวลาว่างสักเท่าไหร่ ตารางงานของเขาแน่นมาก ฟูโตะไม่อยากนั่งบนพื้น ทั้งสองคนเลยนั่งดูดีวีดีบนเตียงของเอมะและดูหนังเกี่ยวกับพวกแก๊งค์มาเฟีย พอหนังจบและขึ้นรายชื่อผู้จัดทำหนัง ฟูโตะได้บอกเอมะไปว่าเขาอยากเป็นนักแสดง แต่เขาไม่ค่อยมีเวลาฝึกซ้อมการแสดงเพราะเขาเป็นศิลปิน เขาเลยใช้เวลาว่างนี้ดูดีวีดีแทนและศึกษาทักษะการแสดงของนักแสดงที่เขาชื่นชอบ ฟูโตะสงสัยว่ามันช้าไปรึเปล่า ที่เขาจะมาเริ่มแสดงหนังในตอนนี้ และเอมะก็ร้องไห้เพราะฟูโตะดูเศร้ามาก (เอมะจ๋า เอิ่มมมม .. โนคอมเม้นท์เลยทีเดียว ๕๕๕) ฟูโตะตกใจไปนิดนึง แต่แล้วเขาก็โอบไหล่ของเอมะและขอโทษที่เขาเพิ่งมารู้ว่าเธอนั้นดีแค่ไหน ´∀`。) ~

ก่อนที่พวกเขาจะทำอะไรไปมากกว่านั้น ยูสึเกะก็มาเคาะประตูห้องเอมะพอดี เขาแค่จะมาบอกเอมะว่ามาซาโอมิจะไปงานพบผู้ปกครอง แต่ยูสึเกะช็อคเมื่อเห็นว่าฟูโตะอยู่ในห้องของเอมะ ฟูโตะไม่ได้ช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้นเลยกับการที่บอกไปว่าพวกเขาอยู่บนเตียงด้วยกัน และเอมะก็พยายามอธิบายว่ามันเป็นเพราะฟูโตะไม่อยากทำแบบนั้น(นั่งบนพื้น) แต่ยูสึเกะก็เข้าใจผิดไปแล้ว จึงรีบลากฟูโตะออกจากห้องเอมะ ฟูโตะหันมาบ้ายบายเอมะและบอกว่าไว้จะมาอยู่ด้วยอีกในคราวหน้า ยูสึเกะจึงรีบปิดปากฟูโตะก่อนที่เขาจะพูดอะไรที่มันล่อแหลมไปมากกว่านี้ ∵.*.∵




Chapter 6-2: 気持ちの届く距離に ระยะห่างที่ทำให้ส่งต่อความรู้สึกได้ 

เมื่อวันพบผู้ปกครองมาถึง กลับกลายเป็นว่าคานาเมะมาแทนมาซาโอมิที่ป่วยอยู่ ในช่องเรียนต่อของเอมะ เธอลงไว้ว่าอยากเข้ามหาวิทยาลัยเมจิ ดังนั้นยูสึเกะจึงอยากเข้าที่มหาวิทยาลัยเมจิด้วย แม้ว่าผลการเรียนของเขาจะค่อนข้างแย่ก็ตาม เอมะอยากเข้าที่เมจิเพราะว่าที่นั่นมีคณะที่เธอชอบและอยู่ใกล้กับ Sunrise Residence (คอนโดที่ครอบครัวอาซาฮินะอยู่) แต่คานาเมะพูดออกไปเชิง คิดว่าเอมะอยากเข้าที่นั่นเพราะซุบารุอยู่ที่มหาวิทยาลัยเมจิ เมื่อคานาเมะพูดแบบนั้น ทำให้เอมะนึกถึงตอนที่จูบกับซุบารุ แต่เธอก็ลบความคิดนั้นออกไป เพราะนั่นเป็นเพียงอุบัติเหตุ ผลการเรียนของเอมะดีกว่ายูสึเกะมาก เขาเลยจำเป็นต้องเรียนพิเศษทุกวันเพื่อให้สามารถเข้าเมจิได้ แต่คานาเมะคิดว่าเอมะก็ควรเรียนติวส่วนตัวเหมือนกันเพราะปีนี้การสอบเข้าเมจิน่าจะยากขึ้น คานาเมะเสนอตัวเป็นติวเตอร์ให้เอมะ แต่เธอก็ปฏิเสธอย่างเยือกเย็น คานาเมะจึงขอโทษที่เขาได้จูบเธอในหน้าร้อนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม คานาเมะอยากให้เอมะรู้ว่าเขารักเธอและสนใจเธอจริงๆ ถ้าเอมะไม่อยากให้เขาสอนเธอ งั้นเขาจะหาติวเตอร์ที่เชื่อถือได้มาให้เธอแทน

Chapter 6-3: 触れたらいけないものならば ถ้านั่นคือสิ่งที่ไม่ควรแตะต้อง

ติวเตอร์ที่เชื่อถือได้ที่คานาเมะเคยบอกไว้ ก็คืออุเคียวนั่นเอง และเอมะได้ติวในห้องของอุเคียว อุเคียวฉลาดและอธิบายให้เอมะเข้าใจได้ดี จึงใช้เวลาไม่นานเอมะก็เข้าใจเนื้อหาทั้งหมด พอดีมีลูกค้าของอุเคียวโทรเข้ามา เอมะจึงนั่งแก้โจทย์อยู่คนเดียวจนถึงตรงส่วนที่ทำไม่ได้ในข้อยากๆ เอมะจึงลุกขึ้นดูรอบๆห้องของอุเคียวจนกว่าอุเคียวจะกลับเข้ามา ระหว่างที่เธอมองดูชั้นหนังสืออยู่นั้น เธอก็พบกลับชั้นเล็กๆที่อยู่แถวนั้น ทำให้เธอสนใจเป็นอย่างมาก มันมีหนังสือรุ่นของอุเคียววางอยู่ เธอจึงหยิบมาเปิดดู แล้วเธอก็เห็นรูปเก่าใบหนึ่ง เป็นรูปอุเคียวตอนวัยรุ่นและข้างๆเขาเป็นผู้หญิงสวยคนหนึ่ง และเมื่อเอมะคิดในใจว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นแฟนเก่าของอุเคียว เขาก็กลับเข้ามาพร้อมกับพูดว่า เอมะแย่มากที่มารื้อของเขาโดยไม่ขออนุญาตสักคำ เขาจึงบอกให้เธอออกไป เขาไม่มีอะไรจะสอนเธอแล้ว

หลังจากที่เอมะออกไปแล้ว คานาเมะได้พบเอมะ เธอเดินอย่างเหม่อลอยไปทางลิฟต์และเหมือนว่าเธอกำลังจะร้องไห้ เขาเลยชวนเธอออกไปเดินเล่นข้างนอก เธอจึงบอกว่าเกิดอะไรขึ้นกับอุเคียว พวกเขารู้ว่าเอมะผิดเต็มๆในเรื่องนี้ แต่คานาเมะบอกเอมะว่า “อย่ากังวลไปเลย อุเคียวไม่โกรธนานหรอก และสักวันเขาจะมาบอกเอมะเองว่าทำไมถึงโกรธขนาดนั้น” คานาเมะสงสัยว่าอุเคียวเก็บภาพนั้นเพราะอะไรรึเปล่า แต่เขาไม่ได้บอกอะไรเอมะไปมากกว่านั้น เขาพยายามที่จะโอบเธอและบอกว่าเขาสามารถติวให้เธอแทนอุเคียวได้ และสามารถสอนสิ่งที่เธอไม่ได้เรียนในโรงเรียนได้อีกด้วย (*ノ∀ノ) (คานาเมะจะหื่นให้ได้ตลอดเลยใช่มั้ยเนี่ย =[]=) เอมะไม่ตอบอะไร เธอวิ่งกลับไปที่แมนชั่นโดยปล่อยคานาเมะนั่งเหงาอยู่คนเดียว 

Chapter 6-4: 風が吹いて สายลมที่พัดผ่านไป 

เช้าวันต่อมา อุเคียวขอให้เอมะมาช่วยเตรียมอาหารเช้า ก่อนที่เอมะจะบอกขอโทษเขา เมื่อเห็นว่าเอมะดูเศร้าๆ อิโอริจึงเอาตั๋วเข้างานเทศกาลประจำปีของโรงเรียนเขาให้เอมะไป (Bright Centrair school)  เขามารับเธอที่ทางเข้าโรงเรียนและเขาก็พาเธอเดินรอบๆโรงเรียน เพียงไม่นาน เอมะก็รู้สึกแย่ขึ้นมาอีกเพราะแฟนคลับของอิโอรินั้นนินทาเธอตลอดเวลาที่พวกเขาเห็นเธออยู่กับอิโอริ เอมะจึงบอกไปว่าเธอจะกลับบ้านแล้วเพราะเธอรู้สึกแย่ต่อแฟนของอิโอริ เขาจึงบอกเอมะเบาๆว่าเขาไม่มีแฟนด้วยน้ำเสียงที่ตกใจเล็กน้อย อยู่ดีๆก็มีลมพัดแรงจนทำให้ผมของเธอมาปรกที่ใบหน้าของเธอ และหลังจากที่เธอเอาผมที่ปรกหน้านั้นออก เธอสังเกตว่าอิโอริจ้องมองมาที่เธอโดยไม่กระพริบตาแม้แต่นิด 

เอมะไม่รู้ว่าจะทำยังไง เธอจึงตัดสินใจที่จะอยู่ที่นี่ต่อไปอีกหน่อย และไปแวะชมร้านกาแฟของห้องอิโอริ ผู้ที่มาชมงานเทศกาลสามารถเปลี่ยนใส่ชุดของโรงเรียนนี้แล้วถ่ายรูปได้ เพื่อนผู้หญิงในห้องของอิโอริจึงพาเอมะไปเปลี่ยนชุดที่ห้องเปลี่ยนเสื้อ ขณะที่เอมะกำลังเปลี่ยนชุดอยู่นั้น เขาได้ถามว่าเอมะเกี่ยวข้องอะไรกับอิโอริ เอมะจึงตอบไปว่าเธอเป็นน้องสาวคนใหม่ของครอบครัวอาซาฮินะ เขาจึงพูดว่าอิโอริยังคงไม่ก้าวข้ามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อตอนม.ต้น เอมะไม่รู้ว่าเพื่อนร่วมห้องของอิโอริต้องการจะสื่ออะไร แต่เธอก็ไม่สามารถถามอะไรจากอิโอริได้เช่นกัน หลังจากที่เอมะถ่ายรูปคู่อิโอริสองใบ เอมะก็กลับบ้านเพราะอิโอริจะต้องเข้าไปช่วยในร้านกาแฟแล้ว เมื่อเอมะมองดูที่รูปภาพ เธอก็ตกใจมากเมื่อพบว่าตัวเธอนั้นเหมือนคนในรูปของอุเคียวอย่างกับฝาแฝด!

 

Chapter 6-5: 僕とキミともう1人と ฉันกับเธอและเขา

หลังจากที่ซึบากิและอาซุสะได้รายชื่อเพลงจากเอมะแล้ว พวกเขาจึงพูดคุยกันว่าควรใช้เพลงไหนดี พวกเขาก็ได้รับข้อความจากใครบางคนที่มาร่วมงานแต่งงานของมิวะด้วย อาซุสะจึงพูดขึ้นว่านั่นจะเป็นครั้งแรกที่คนนั้นได้พบกับเอมะ ซึบากิดูสนใจมากกว่านั้น เขาคิดว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นถ้าคนนั้นได้พบกับซุบารุ  

 

Chapter 7: そばにいると誓いคำสาบานที่จะอยู่เคียงข้างเธอ 

ในวันที่ 23 พฤศจิกายน ทุกคนเตรียมพร้อมสำหรับงานแต่งงานของมิวะกับรินทาโร่ รุยยุ่งอยู่กับการทำผมและแต่งหน้าให้มิวะ แต่เขาก็เอาเวลาว่างอันน้อยนิดของเขาไปทำผมให้เอมะเช่นกัน (*´∀`*) จนถึงตอนนี้เอมะยังคงสงสัยว่าทำไมรุยถึงเอาแต่เรียกเธอว่า ’จี้จัง’ แทนที่จะเรียกว่า ‘เอมะ’ เพราะมีเพียงคน(ตัว)เดียวที่เรียกเธอว่าจี้จัง นั่นก็คือจูลิ เมื่อเอมะไปถึงที่โรงแรม เอมะก็พบกับคานาเมะด้วยความบังเอิญ เขาบอกเธอว่าเขาไปที่หลุมศพของพ่อเขามา พ่อของเขารักมิวะมาก จนกระทั่งเขาเสียชีวิตไปเมื่อ10ปีที่แล้ว ดังนั้นคานาเมะจึงบอกพ่อของเขาว่าให้มองดูมิวะแต่งงานโดยปราศจากความอิจฉาด้วยนะ คานาเมะเชื่อว่าท่านคงมีความสุขเช่นกันที่มีลูกสาวคนใหม่สวยขนาดนี้ เอมะจึงขอให้แม่ที่อยู่ในสวรรค์ของเธอให้อวยพรรินทาโร่ด้วยเช่นกัน  

ก่อนงานจะเริ่ม เอมะได้ไปที่ห้องสวดมนต์ (สถานที่ที่จะทำพิธีแต่งงาน กล่าวคำสาบาน) และพบกับคนไม่รู้จักที่หน้าคุ้นๆ เขาบอกว่าเธอเป็นคนนอก (ถ้าสงสัยสามารถดูให้กระจ่างได้ในอนิเมะตอน3ค่ะ) แต่หลังจากนั้นไม่นาน ซึบากิและอาซุสะก็เดินเข้ามาบอกว่าพวกเขาทั้งหมดคือพี่น้องกัน พวกเขาคือแฝดสาม และคนนี้คือ‘นัทสึเมะ’ และที่นัทซึเมะดูคล้ายกับเขาสองคนก็คือดวงตา แต่ที่นัทสึเมะไม่เหมือนเขาทั้งสองคนเป๊ะเพราะนัทซึเมะเกิดจากไข่คนละใบ ทั้งๆที่เมื่อกี๊นัทสึเมะเพิ่งเสียมารยาทกับเอมะไป เขากลับอายที่จะแนะนำตัวเองตอนที่อาซุสะบอกให้เขาทำ เขาบอกว่าที่เขามาที่ห้องนี้ไวเพราะว่าเขาหลงทาง  (นัทซึเมะแอบฮาเล็กๆนะคะ)




เมื่อเอมะเดินไปหารินทาโร่ เธอก็พบกับมิวะในห้องเปลี่ยนชุดของรินทาโร่ด้วย มิวะดูตื่นเต้นมากเมื่อบอกเอมะว่าพวกเขาจะจัดงานแต่งงานให้เอมะเป็นงานต่อไป และเขาก็ถามเอมะว่าชอบลูกชายคนไหนของเขาบ้างรึเปล่าหลังจากอยู่ด้วยกันมา 6 เดือน มิวะสนับสนุนให้เอมะชอบมาซาโอมิ (。-∀-) เอมะไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้ เธอจึงเดินออกจากห้องและไปนั่งที่โซฟาในลอบบี้แทน เธอได้ยินเสียงนัทสึเมะและซุบารุคุยกันอยู่ทางด้านหลัง คนที่ส่งข้อความมาต่อว่าซุบารุหลังจากการฝึกซ้อมครั้งนั้นคือนัทสึเมะ  และซุบารุก็โกรธมากที่นัทสึเมะยังคงวิจารณ์การเล่นของเขา ซุบารุอยากให้นัทสึเมะเลิกวิจารณ์สักที เพราะตอนนี้นัทสึเมะก็เป็นเพียงแค่มนุษย์เงินเดือนเท่านั้น ไม่มีอะไรพิเศษไปกว่านี้ เมื่อเขาเห็นเอมะทางด้านหลัง ซุบารุจึงขอให้นัทสึเมะปล่อยให้เขาอยู่คนเดียวสักที หลังจากนั้นเขาก็เดินไปหาเอมะและขอโทษที่จูบเธอในวันนั้น แต่เอมะกลับบอกว่ามันเป็นเพียงอุบัติเหตุ เขาบอกเธอว่ามันไม่ใช่อุบัติเหตุเสียทีเดียว แต่เมื่อเขาเริ่มจะสารภาพกับเธอ ยูสึเกะก็เดินเข้ามาบอกว่างานจะเริ่มแล้ว ยูสึเกะไม่ได้หวังว่าเอมะจะบอกเรื่องที่เธอคุยกับซุบารุ เขาจึงได้แต่ปล่อยให้มันผ่านไป

ระหว่างงานแต่ง มิวะให้ช่อดอกไม้แก่เอมะ และขอให้เอมะมีความสุขโดยเฉพาะกับลูกชายของเธอสักคน (มิวะสุดยอด! ๕๕๕) เอมะกำลังคิดถึงคำพูดของซุบารุอยู่และนัทสึเมะก็มาถามความเห็นจากเธอว่าเธอคิดว่าอะไรทำให้ซุบารุเล่นพลาดในการฝึกซ้อมที่ผ่านมา เอมะคิดว่ามันอาจเป็นเพราะจูบนั้น แต่เอมะเลือกที่จะไม่พูดมันออกไป มันไม่ใช่สิ่งที่คนอื่นควรรู้ ก่อนที่นัทสึเมะจะออกจากโรงแรม เขาได้ให้นามบัตรแก่เอมะ และขอให้เอมะโทรบอกเขาถ้าเธอรู้สึงสาเหตุนั้น เอมะตกใจเมื่อพบว่านัทสึเมะทำงานในบริษัทเกมที่เธอชื่นชอบ และนัทสึเมะสัญญาว่าจะให้ตัวอย่างเกมฟรีแก่เธอในครั้งหน้า ヽ(。・ω・。)ノ

เมื่อเอมะดูเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด มาซาโอมิจึงตัดสินใจพาเธอและวาตารุกลับบ้าน วาตารุนั่งเบาะหลังและหลับไปแล้ว เอมะถามเขาว่าเขามีแพลนที่จะแต่งงานบ้างรึเปล่า เขาจึงตอบเอมะไปเพียงว่า วาตารุจำหน้าพ่อไม่ได้ ท่านเสียชีวิตในตอนที่วาตารุยังเด็กมาก แต่แม่ของเขาบอกไว้ว่าเขาหน้าตาเหมือนพ่อมากที่สุด ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะเป็นตัวแทนของพ่อในชีวิตของวาตารุ เพื่อทำให้วาตารุไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเมื่อโตขึ้น จากที่ฟังมาซาโอมิพูดมานั้น ทำให้เอมะนึกถึงเรื่องของเธอ เธอไม่ค่อยมีความทรงจำเกี่ยวกับแม่มากนัก และเธอก็เริ่มร้องไห้ เพราะเธอรู้สึกดีใจกับวาตารุที่เขาจะไม่ต้องมีความรู้สึกที่โดดเดี่ยวเหมือนกับเธอ มาซาโอมิโอบกอดเอมะ และขอโทษที่ทำให้เธอร้องไห้ และเขาสัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างเธอตลอด ดังนั้นเธอจะไม่รู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไป ・_・*)+。* พวกเขาทั้งสองหน้าแดงระเรื่อ เมื่อรู้สึกตัวว่าพวกเขาอยู่ใกล้กันมาก และมาซาโอมิก็ตกใจเมื่อไฟจราจรในตอนนี้เป็นไฟเขียวแล้ว เมื่อวาตารุตื่นขึ้น ก็รู้สึกอิจฉามาซาโอมิ ที่เขาคุยกับเอมะได้อย่างสนิทสนม 

 

หลายวันต่อมา #007 – ด้านมาซาโอมิ : 秘密はないから เพราะความลับไม่มีในโลก 

            มาซาโอมิรู้สึกแปลกๆเมื่อต้องบอกเอมะว่าเขามีนัดดูตัวจากช่วยของพ่อสื่อคานาเมะ เขากลัวว่าเอมะจะโกรธเพราะเขาเพิ่งสัญญากับเอมะไปแบบนั้น แต่เขาก็รู้สึกงงอย่างมากเมื่อเอมะยินดีกับเขาแทนที่จะโกรธ ผู้หญิงที่เขาจะไปดูตัววันนี้คือลูกสาวของผู้อำนวยการโรงพยาบาล และผู้หญิงคนนั้นก็ชอบเขาตั้งแต่ตอนที่เขาช่วยชีวิตเพื่อนของเธอได้ในเคสฉุกเฉิน เพื่อนของเธอรู้สึกเหมือนมีอะไรติดที่คอ แต่เธอขอร้องให้หมอไม่ผ่าตัดที่คอ เพราะเพื่อนของเธอคือนักร้อง คอของเขาจึงมีความสำคัญอย่างมาก มาซาโอมิจึงจัดการปัญหานั้นโดยไม่ผ่าตัดคอ และนั่นทำให้เธอประทับใจมาซาโอมิมาก แม้ว่าเหตุผลที่แท้จริงนั้นคือมาซาโอมิไม่สามารถผ่าตัดได้เพราะกลัวเลือด ( ´゚ω゚`):;* มาซาโอมิไม่สามารถปฏิเสธการดูตัวในครั้งนี้ได้ ถึงแม้เขาจะมีคำตอบให้กับการดูตัวคราวนี้แล้วก็ตาม เพราะผู้อำนวยการขอมาโดยตรง

หลังจากที่การดูตัวเสร็จ คานาเมะโทรหามาซาโอมิ และไปพบเขาที่บาร์ คานาเมะถามเรื่องอนาคตของเขาเกี่ยวกับงานหมั้นและงานแต่งงาน แต่เขากลับประหลาดใจเมื่อคานาเมะบอกว่าเขาปฏิเสธผู้หญิงคนนั้นไป ตอนที่เขาบอกว่าเขามีคำตอบในใจแล้ว เขาหมายถึงว่าเขาจะปฏิเสธตั้งแต่แรกอยู่แล้ว สาเหตุที่เขาทำแบบนั้นเป็นเพียงเหตุผลง่ายๆ เพราะเขาสัญญากับเอมะไปแล้วว่าเขาจะอยู่เคียงข้างเธอ เขาบอกเหตุผลนั้นแก่เอมะเพียงคนเดียวเพราะเขาไม่อยากมีความลับกับเธอ (* ´艸`) เมื่อมาซาโอมิโทรไปหาเอมะและบอกเธอเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ ทำให้เอมะตกใจอย่างมากเพราะเธอได้ทำเค้กไว้เพื่อฉลองให้เขาแล้ว แต่เขาไม่สนใจและบอกว่าเขาจะไปนั่งกินเค้กนั้นกับเธอ ขณะที่มาซาโอมิกำลังเดินกลับบ้านนั้น เขารู้สึกผ่อนคลายอย่างมากเพราะความรู้สึกสับสนทั้งหลายได้หายไปจากใจของเขาแล้ว

 
*******
อย่าลืมสนับสนุนไลท์โนเวลแปลไทยถูกลิขสิทธิ์จาก Siam Inter Comic ด้วยนะคะ ^ O ^

Comment

Comment:

Tweet

@azpirinnoko ขอบคุณค่ะ big smile

#2 By so-me. on 2014-01-09 14:08

แปลเก่งจังเลยครับ

#1 By AzpiriN on 2014-01-09 01:02