credit Eng trans : Rin click
credit Thai trans : peunswint/so-me.



  


แม้ว่าเอมะอยากจะอยู่กับทุกคนอย่างครอบครัว แต่พวกพี่ชายและน้องชายกลับเริ่มมองเธอในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง เมื่ออยู่ด้วยกันมาระยะหนึ่ง ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็เริ่มก้าวข้ามเส้นของคำว่าพี่น้องไปซะแล้ว ในเล่มนี้จะเกี่ยวกับ ความเศร้าของซึบากิที่ทำให้หัวใจของเอมะเต้นรัวทุกคนไปทริปสกีของครอบครัวและเบื้องหลังของอิโอริจะถูกเผยออกมาพร้อมกับคานาเมะที่พยายามจัดการกับเหตุการณ์ที่อันตราย


ก่อน #008 – ด้านของหลุยส์ (รุย) : 守りたい者を守る者と
เขาจะปกป้องในสิ่งที่เขาอยากปกป้องเท่านั้น

ช่วงบ่ายแก่ๆ รุยเพิ่งตื่นนอนและรู้สึกหิวมาก เพราะเมื่อวานเขายุ่งมากจนไม่มีเวลาได้กินอะไรเลย ดังนั้นเขาเลยไปหาอะไรกินที่ชั้น5 น่าเสียใจที่ไม่มีใครอยู่ที่บ้านเลยเพราะวันนี้เป็นวันหยุด รุยนอนบนโซฟาหลังจากที่เขาดื่มน้ำผลไม้หมดแล้ว แล้วรุยก็ได้ยินเสียงร้องไห้ของกระรอกอยู่ใกล้ๆ เมื่อเขาหันไปก็เห็นจูลิตัวเปียกโชกพยายามเปิดหน้าต่างจากทางด้านนอก(ตอนนี้ฝนตกอยู่ค่ะ) รุยจึงไปเปิดหน้าต่างให้ และพยายามจะอุ้มจูลิเข้ามา แต่จูลิไม่ยอมและบอกเขาว่าอย่ามาจับตัวของมันด้วยมือที่สกปรกแบบนั้น เมื่อรุยตอบกลับไปว่าเขาล้างมือแล้ว ดังนั้นมือของเขาสะอาดพอ ก็ทำให้จูลิตกใจอย่างมาก ใช่แล้ว! รุยสามารถฟังจูลิรู้เรื่องเช่นเดียวกับเอมะ เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่เขาสนใจที่จะเช็ดตัวและแปรงขนให้จูลิมากกว่าจะไปค้นหาถึงเหตุผล 

ขณะที่รุยแปรงขนให้จูลิอย่างอ่อนโยนนั้น จูลิพูดขึ้นมาด้วยความสุขว่ารุยนั้นเป็นคนที่ละเอียดอ่อนมาก ต่างจากผู้ชายคนอื่นในบ้านนี้ รุยจึงถามกลับไปว่าเขาดูแตกต่างจริงๆหรอแต่เขาก็คิดได้ว่าคำพูดของจูลิคงไม่มีความหมายแฝงอะไร เขาจึงเปลี่ยนเรื่องคุย เขาถามจูลิว่าจูลิเกลียดพวกพี่ชาย/น้องชายของเขามากเลยหรอ มันจึงอธิบายว่าชอบทำตัวหลบๆซ่อนๆราวกับอยู่ในทุ่งหญ้าสะวันนา และมองเอมะเหมือนเป็นเหยื่อของพวกเขา รุยคิดว่าเอมะต้องเจอช่วงเวลาที่ลำบากแน่ตั้งแต่มาอยู่กับพวกเขาที่นี่ จูลิดีใจมากเมื่อรุยบอกว่าเขาอยากปกป้องเอมะ จูลิบอกกลับไปว่าเขารอคนที่จะมาปกป้องเอมะมานานแล้ว เมื่อดวงอาทิตย์ส่องแสงประกายอีกครั้ง(ฝนหยุดตกแล้วนั่นเอง) จูลิและรุยก็จับมือสร้างสัมพันธไมตรีกันและก่อตั้ง คลับปกป้องจี้จัง” ขึ้นมา XD

 

 

Chapter 8: 世界で一番の声を เสียงที่ไพเราะที่สุด

จากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ อุเคียวกับเอมะยังคงรู้สึกแปลกๆกันอยู่ ในตอนเย็น มาซาโอมิโทรมาบอกเอมะว่าเขาจะอยู่ที่โรงพยาบาลคืนนี้ เขารู้สึกแย่ที่อยู่ห่างเอมะทั้งๆที่เขาเพิ่งสัญญาแบบนั้นไป แต่เขาเชื่อว่าเอมะเป็นห่วงสุขภาพของเขามากกวาที่จะคิดอะไร ในทางกลับกันอุเคียวรู้สึกแย่เมื่อเห็นว่ามาซาโอมิโทรบอกเอมะ เพราะเมื่อก่อนทุกคนจะโทรบอกเขาหากเกิดอะไรขึ้น 

หลังจากที่อุเคียวออกไป ยูสึเกะและคานาเมะก็เข้ามาทานอาหารเย็น คานาเมะเริ่มแหย่(จีบ)เอมะเหมือนเช่นเคย แต่แล้วรุยกับจูลิก็มาหยุดเขา จูลิบอกรุยว่าเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา คานาเมะทำอะไรบางอย่างกับเอมะ จึงทำให้รุยถามคานาเมะซ้ำๆว่า พี่คานาเมะ พี่เคยทำอะไรเอมะ บอกพวกเราหน่อยได้ไหม?” รุยถามซ้ำๆจนทำให้คานาเมะรู้สึกจำยอม จึงเดินออกไปจากห้องนี้ ( ´ω゚`):;*. จริงๆแล้วคานาเมะตกใจนิดหน่อยที่จูลิเห็นเหตุการณ์นั้น เมื่อรุยบอกเอมะว่าเขาอยู่ในคลับปกป้องจี้จังแล้ว ยูสึเกะก็ถามขึ้นทันทีว่าเขาจะเข้าร่วมด้วยได้ไหม เขาอยากปกป้องเอมะเหมือนกัน แต่น่าเสียใจที่จูลิปฏิเสธเขา จูลิบอกว่ายูสึเกะก็เหมือนกับคานาเมะนั่นแหล่ะ(ไม่จริงนะกระรอกน้อย) XD หลังจากนั้นเอมะก็รัวคำถามใส่จูลิซะยกใหญ่ จูลิจึงอธิบายเรื่องราวระหว่างเขากับรุย คานาเมะโทรหาเอมะเพื่อจะขอโทษเธอสำหรับเหตุการณ์ในครั้งนั้น แต่จูลิก็ยึดโทรศัพท์ไปและส่งเสียงดังใส่จนคานาเมะวางสาย เอมะไปนั่งเล่นเกมที่ได้มาจากนัทสึเมะแทนที่จะสนใจเรื่องดังกล่าว 

เกมที่นัทสึเมะให้เอมามานั้นต่างจากเกมทั่วไปมาก มันยากที่สุดเท่าที่เอมะเคยเล่นมา เธอเล่นไม่ผ่านบอสด่านแรกสักที แม้ว่าเนื้อเรื่องจะน่าสนใจมากแค่ไหน แต่เอมะก็ยังคงสงสัยว่าทำยังไงถึงจะผ่านบอสด่านแรกได้ เธอจึงส่งเมลไปหานัทสึเมะเพื่อขอคำแนะนำ วันต่อมา นัทสึเมะตอบเมลเธอว่าเขาจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับเกมแก่เธอ และบอกให้เธอมาพบเขาที่คาเฟ่หลังเลิกเรียน ในคาเฟ่เต็มไปด้วยเหล่าแม่บ้าน(พวกคนที่ชอบการนินทา) เอมะหน้าแดงเมื่อได้ยินว่าพวกเขาคุยกันว่านัทสึเมะเป็นแฟนของเธอ (´`๑) นัทสึเมะไม่ได้สนใจอะไรและเขาคิดว่าเอมะหน้าแดงเพราะไม่สบาย เขาได้แนะนำวิธีการเล่นให้เอมะ และเขาก็บอกว่าปกติแล้วเขามักจะเคลียร์เกมที่เขากำลังทำอยู่ให้จบ และเขาก็เสียใจเพราะเกมที่เขาได้ให้เอมะไปเล่นนั้นไม่ฮิตติดตลาดสักเท่าไหร่ เพราะมันเล่นยาก ในตอนนั้นอาซุสะก็โทรมาหานัทสึเมะ ถามว่าเขารู้มั้ยว่าซึบากิอยู่ไหน เพราะซึบากิไม่ได้กลับบ้านตั้งแต่เมื่อวานแล้ว และนัทสึเมะก็สงสัยว่านั่นเป็นเพราะว่าซึบากิช็อคอยู่รึเปล่า 

จากที่ฟังนัทสึเมะพูดว่า เอมะจึงรู้ว่าซึบากิอยากพากย์เป็นเซยู(ตัวเอกในอนิเมะเรื่องนึง?) เพราะเมื่อตอนเด็กเขาชอบอนิเมะเรื่องนี้มาก เร็วๆนี้ได้มีการประกาศว่าเรื่องนั้นจะมีภาคต่อ ซึบากิจึงรีบไปสมัครไปนักพากย์ทันที โปรดิวเซอร์มีทัศนคติที่ดีต่อเขาเพราะว่าเขาเป็นที่นิยม แต่โชคไม่ดีที่คนถูกเลือกคืออาซุสะ  เอมะรู้ว่าอาซุสะต้องรู้สึกแย่มากกับเหตุการณ์นี้ แต่นัทสึเมะบอกเธอว่าเมื่ออาซุสะได้รับเลือกแล้ว เขาก็ควรรับผิดชอบงานนี้ต่อไปในฐานะนักพากย์มืออาชีพ หลังออกจากคาเฟ่ นัทสึเมะก็เดินไปส่งเอมะที่สถานี และเอาผ้าพันคอของเขามาพันไว้ที่คอของเอมะ และบอกว่ามันเป็นของขวัญคริสต์มาสล่วงหน้าจากพี่ชายผู้โดดเดี่ยว’ ให้ น้องสาวผู้โดดเดี่ยว เพราะพวกเขาไม่มีแพลนสำหรับคริสต์มาสปีนี้เลย (* ´`)   

หลังจากที่เอมะกลับมาถึงแมนชั่น เธอก็พบกลับอาซุสะที่ดูซึมๆตรงโถงทางเข้า เอมะพยายามบอกให้เขาเข้าไปข้างในบ้านเพราะเขาอาจจะไม่สบายได้ถ้านั่งตากลมหนาวอยู่ข้างนอกนี่ และเขาก็ตอบกลับไปว่าถึงเขาจะไม่สบายก็ไม่เป็นไร เธอจึงบอกว่าเขามีงานพากย์อนิเมะเรื่องใหม่ที่เขาต้องรับผิดชอบ อาซุสะจึงบอกว่าเขาจะปฏิเสธงานนั้นอยู่แล้วเพราะมันเป็นบทของซึบากิ แต่เอมะพูดให้กำลังใจเขาให้รับบทนั้น เพราะเธอชอบเสียงของอาซุสะ (นางแอบปล่อยผ้าเช็ดหน้าให้ชายหนุ่มเก็บสินะ :3) เอมะบอกว่าเขาจะทรยศความหวังของทุกคนโดยการปฏิเสธบทนั้น เขาจึงบอกว่าถ้าเอมะยังพูดต่อไปเขาจะโมโหแล้ว อย่างไรก็ตาม เขากลับเงียบเมื่อเอมะพูดว่าซึบากิคงไม่มีความสุขเท่าไหร่หรอกถ้าเขายอมแพ้กับบทนั้นเพราะความสงสาร และอีกอย่างคือไม่มีอะไรการันตีได้เลยว่าโปรดิวเซอร์จะเลือกซึบากิแทนถ้าเขาไม่พากย์บทนี้ ในตอนนั้นเอง ซึบากิก็เดินเข้ามาจากทางด้านหลังของพวกเขาและบอกว่าเอมะพูดสิ่งที่เขาอยากบอกกับอาซุสะไปหมดแล้ว (ประมาณว่าเอมะแย่งซีนนั่นเอง สามารถดูฉากนี้ได้ในอนิเมะตอนที่4 ค่ะ) ซึบากิบอกว่าเขานั่