credit Eng trans: Rin
credit Thai trans: peunswint/so-me.


 
              เมื่อเรื่องราวต่างๆระหว่างพี่น้องซับซ้อนมากขึ้น รวมถึงตัวตนที่แท้จริงของเธอ.. ทำให้เอมะรู้สึกไม่ค่อยเข้าใจกับทุกสิ่งทุกอย่างสักเท่าไหร่ เธอสงสัยว่าความหมายที่แท้จริงของคำว่าครอบครัวคืออะไร แต่สุดท้ายแล้ว คนที่ช่วยให้เธอเข้าใจถึงความหมายนั้นก็ไม่ใช่ใครนอกจาครอบครัวของเธอเอง ในเล่มที่ห้านี้ ประกอบไปด้วย สายใยของเอมะและพี่น้องคนอื่นแข็งแรงขึ้น, ทุกคนไปเที่ยวงานเทศกาลฤดูร้อนกัน, อิโอริเผยถึงความรู้สึกที่แท้จริง, และเกิดอะไรบางอย่างขึ้นกับร่างกายของอาซุสะ 



Chapter 15: ここがいるべき場所だから เพราะว่าฉันคือส่วนหนึ่งของที่นี่

ในตอนเช้า, เอมะตื่นขึ้นมาในห้องของนัทสึเมะ และเธอก็ยืมครัวของเขาเพื่อทำอาหารเช้า แต่แล้วนัทสึเมะก็โผล่มาในสภาพที่เซ็กซี่มาก เขานุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวไว้ตรงช่วงล่าง (*) เขารีบขอโทษเธอและรีบวิ่งไปใส่ชุด เขาบอกเธอว่าเขาออกไปวิ่งออกกำลังกายมาตอนที่เธอยังนอนอยู่ นัทสึเมะยังบอกอีกว่าเขามักจะออกไปวิ่งทุกวันเพราะเขารักการวิ่ง แม้ว่าเขาจะไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขันใดๆอีกเลยก็ตาม เขายังบอกอีกว่าเขาเป็นบรรพบุรุษของซุบารุ แต่เขาก็ไม่ได้อธิบายอะไรมากไปกว่านั้นและก็เปลี่ยนเรื่องพูดแทน นัทสึเมะปิ้งขนมปังในขณะที่เอมะทำไข่ดาวให้เขาอยู่ อยู่ดีๆเขาก็เข้ามาโอบที่ไหล่ของเอมะและบอกว่าเขาอิจฉาพี่น้องเขาคนอื่นเพราะพวกเขาได้ทานอาหารเช้าฝีมือเธอทุกวัน  +.o(*´д` *)o.+ นัทสึเมะถามเอมะว่าเธอรู้สึกดีขึ้นรึยัง และเมื่อเธอบอกว่าเธอดีขึ้นแล้ว นัทสึเมะก็บอกเธอว่าเธอสามารถมาหาเขาได้ตลอดเวลาที่เธอมีปัญหาอะไร เขาจะทำทุกอย่างเพื่อช่วยเธอ เอมะเริ่มรู้สึกวิ้งๆ (*´ω`*) เมื่อเห็นว่านัทสึเมะมองมาที่เธอ และพวกเขาก็มองตาของกันและกันอยู่อย่างนั้น จนแมวซึบากิและแมวอาซุสะเข้ามาทำลายบรรยากาศเลิฟๆของพวกเขา โดยข่วนเข้าที่เท้าของนัทสึเมะ  

ก่อนที่พวกเขาจะได้ทานมือเช้ากัน รุยกับจูลิก็มารับเอมะ เมื่อคืนนัทสึเมะโทรไปหาคนที่บ้านและบอกว่าเอมะอยู่กับเขา เอมะเห็นว่ารุยดูงงๆและเหนื่อยๆ แต่เมื่อเธอพูดขอโทษไป เขากลับยิ้มให้และบอกว่าไม่ต้องขอโทษหรอก เขาดีใจที่เห็นว่าเธอสบายดี ในตอนที่นัทสึเมะบอกให้รุยเข้ามาและทานอาหารเช้ากับพวกเขา จูลิก็กระโดเข้าไปทำร้ายเขาทันทีด้วยพลังทั้งหมดที่มันมี จูลิเรียกนัทสึเมะว่าปีศาจที่ลักพาตัวเอมะไป และยังบังคับให้เธอทำอาหารเช้าอีก แต่ในที่สุดมันก็หยุดเมื่อรุยบอกว่านั่นเป็นสิ่งที่มันเข้าใจผิด เพราะนัทสึเมะคือคนที่ช่วยเอมะไว้ หลังจากขอโทษนัทสึเมะแล้ว รุยก็หวีขนที่ยุ่งเหยิงของจูลิ และเอมะไม่อยากจะเชื่อสายตาว่าจูลินอนขดตัวเชื่อฟังรุยในอ้อมแขนของเขา    

หลังจากทานอาหารเช้าด้วยกันแล้ว นัทสึเมะบอกว่าจะขับไปส่งพวกเขาที่แมนชั่น แต่รุยปฏิเสธและบอกว่านัทสึเมะไม่เข้าใจความรู้สึกของผู้หญิง ชุดนักเรียนของเอมะดูเลอะเทอะและผมเผ้าก็ยุ่งๆ รุยรู้เลยว่าพวกพี่น้องเขาจะต้องกังวลมากแน่ๆถ้าเธอกลับบ้านด้วยสภาพแบบนี้ ตามคำขอร้องของรุย นัทสึเมะไปส่งพวกเขาที่ร้านทำผมของรุย ที่ที่รุยสามารถหาชุดน่ารักๆให้เอมะใส่และทำผมให้เธอใหม่ได้ รุยยังบอกเอมะอีกว่าโดยปกติแล้วคลับปกป้องจี้จังไม่ได้มีกิจกรรมอะไรมากมาย แต่พวกเขาจะออกไปหาเธอทุกเมื่อที่เธอต้องการความช่วยเหลือ (´`)☆゜:* หลังจากนั้นพวกเขาก็กลับมาที่แมนชั่น และพวกเขาก็เห็นว่าอุเคียว,ยูสึเกะและวาตารุนั่งรอพวกเขาอยู่ ยูสึเกะและวาตารุโดดเรียนเพื่อรอเอมะกลับมาบ้าน หลังจากที่เอมะบอกไปว่าเธอเป็นลูกบุญธรรม ยูสึเกะก็ยืนขึ้นและบอกว่าพวกเขาจะไม่ไล่เธอไปเพียงเพราะเธอไม่ใช่สายเลือดของรินทาโร่หรอก ในทางกลับกัน อุเคียวเข้าใจดีว่าทำไมเอมะถึงตกใจมากกับเรื่องนั้น เขาถามว่าเธอยังรู้สึกว่าเป็นคนที่ใครก็ไม่ต้องการอยู่มั้ย เธอก็ตอบกลับไปว่าเธอไม่คิดแบบนั้นแล้ว แต่เธอก็ไม่กล้าพอที่จะเรียกพวกเขาว่าครอบครัวอีก และเธอก็เงียบไปสักพัก เมื่อเห็นว่าเธอรู้สึกแย่ๆ รุยเลยขอให้อุเคียวออกไปก่อน เพื่อเขาจะได้คุยกับเอมะเป็นการส่วนตัวได้ 

รุยพาเอมะไปนั่งพายเรือในสวนสาธารณะ และเขาก็พายไปหยุดตรงกลางทะเลสาบเพื่อเขาจะได้คุยกันอย่างเงียบๆได้ เอมะไม่ได้สังเกตเลยว่าเธอรู้สึกไม่ปลอดภัย รุยจึงอธิบายว่าที่เธอรู้สึกแบบนั้นเพราะว่าเธอไม่ได้เกี่ยวข้องกับใครเลย เขาบอกว่าเธอไม่มีสายเลือดเดียวกับใครและใจของเธอคงคิดว่าเขาที่มีพี่น้องถึง12คนจะมาเข้าใจความรู้สึกอะไร แต่คำพูดต่อมาของเขาทำให้เธอตกใจมาก ฉันเข้าใจ เพราะฉันก็เหมือนเธอ ฉันเป็นลูกบุญธรรมเหมือนกัน Σ(д・ノ) รุยเคยอยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าและมิวะก็เข้ามารับเขาไปเลี้ยงตอนเขาอายุ 2ขวบ คนที่รู้เรื่องนี้มีแต่พวกพี่ชายเขา ส่วนซุบารุและน้องชายเขาไม่มีใครรู้เรื่องที่เขาเป็นลูกบุญธรรมเลยสักคน ตอนที่เขายังเด็ก เขาก็รู้สึกไม่ค่อยปลอดภัย(ขาดความมั่นใจ) และเขาก็สังเกตได้ว่าพวกพี่ชายของเขามีนิสัยที่คล้ายกันบางมุม แต่เขาแตกต่างจากคนอื่นเพราะเขาไม่ได้มีสายเลือดเดียวกับใครเลย อย่างไรก็ตาม, ความรู้สึกไม่ปลอดภัยเหล่าก็ได้หายไปตอนที่เขาเริ่มโตขึ้น เขาเริ่มที่ยอมรับได้ว่าแม่ของเขาคือมิวะ และเขาสามารถคิดได้ว่าทุกคนคือครอบครัวของเขา ถึงแม้ว่าจะใช้เวลาสักพัก แต่เขาก็ไม่เคยรู้สึกแบบนั้นอีกเลย นั่นคือสาเหตุที่เขาอยากให้เอมะรู้ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่เรื่องสายเลือด ในตอนนี้หัวใจของพวกเขาได้เชื่อมกันแล้ว แม้ว่าเขาจะจำไม่ได้ว่าพ่อแม่ที่แท้จริงของเขาคือใคร แต่เขาก็มีความทรงจำดีๆมากมายกับทุกคนในบ้านอาซาฮินะ 

แล้วรุยก็เข้ามากอดเอมะ และเขาก็บอกเธออย่างอ่อนโยนว่าเธอคือส่วนหนึ่งของครอบครัวเขา ดังนั้นเขาจึงอยากให้เธอยอมรับเขาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของเธอเช่นกัน ตอนที่เขาชวนเธอกลับบ้านด้วยกัน เอมะก็รู้สึกดีขึ้นมากและกอดรุยกลับ เธอไม่รู้สึกเหมือนเป็นคนที่ใครก็ไม่ต้องการอีกแล้ว เพราะในท้ายที่สุดเธอก็คิดได้ว่าเธอมีครอบครัวและสถานที่ที่เป็นของเธอแล้ว เธอมีความทรงจำมากมายกับรินทาโร่และทุกๆคนในบ้าน และเส้นใยนั้นมันแข็งแรงยิ่งกว่าสายเลือดเสียอีก เอมะกระซิบข้างหูรุยว่า ขอบคุณค่ะ” และรุยก็หันไปหอมแก้มเธอเพื่อเป็นการขอบคุณที่เธอยอมรับทุกคนให้เป็นครอบครัวของเธอ _*)+*



 

Chapter 16: 愛を請うものが嗤い ใครบางคนที่เรียกหาความรัก

 

ในตอนเย็น อุเคียวขอให้เอมะเอาอาหารไปให้อาซุสะที่ห้อง และเมื่อเอมะยังมีจานที่ต้องล้างอยู่อีกมาก ยูสึเกะเลยมาช่วยเธอล้างจะได้เสร็จไวๆ และพวกเขาจะได้ไปเล่นเกมกันสักที อาซุสะมีไข้และทุกคนก็ดูจะยุ่งๆกันอยู่ มาซาโอมิเลยบอกว่าบางทีพวกเขาอาจจะต้องยกเลิกการไปเที่ยวต่างประเทศกัน อุเคียวรู้สึกผิดเล็กน้อยเพราะเอมะรู้ตัวตนที่แท้จริงของเธอก็เพราะพวกเขาบอกให้เธอไปทำพาสปอร์ต และเมื่อเอมะบอกว่ามันไม่ใช่ความผิดของพวกเขาเลย อุเคียวก็บอกว่าเธอใจดีเกินไป อย่างที่นัทสึเมะเคยบอกเธอก่อนหน้านี้ จากประสบการณ์เขาในฐานะของทนาย อุเคียวรู้ว่าความใจดีเกินไปจะนำมาซึ่งโชคที่ไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่ทั้งกับคนอื่นและตัวเอมะด้วย เขาบอกเธอว่าบางทีเราก็ต้องว่าคนอื่นบ้าง มันอาจจะดูเย็นชาหรือโหดร้ายไปสักนิด แต่มันก็จำเป็นอยู่บ้าง เพื่อให้เขาปรับปรุงตัวเอง 

ไม่นานหลังจากนั้น มาซาโอมิก็บอกเอมะว่าเธอมีโทรศัพท์มาจากแอฟริกา และในที่สุดเอมะก็มีโอกาสได้คุยกับรินทาโร่สักที และเมื่อเอมะเรียกเขาว่า ป่ะป๊า’ เขาบอกว่าเขาดีใจที่เธอยังเรียกเขาแบบนั้น มาซาโอมิบอกว่าเขาได้เล่าเรื่องทุกอย่างให้มิวะฟังแล้ว และข่าวก็ไปถึงรินทาโร่ไวมากเช่นกัน รินทาโร่ขอโทษที่เขาไม่ได้บอกเอมะมาก่อนเรื่องตัวตนที่แท้จริงของเธอ และเขาก็บอกเธอว่าเขาตั้งใจที่จะบอกความจริงกับเธอในสักวันหนึ่ง เขาแค่ยังหาเวลาที่เหมะสมไม่ได้ เขาสัญญากับเธอว่าเขาจะอธิบายทุกอย่างให้เธอฟังหลังกลับมาจากแอฟริกา และตอนนี้เขาบอกเธอได้เพียงว่าพ่อแม่แท้ๆของเธอนั้นเสียไปแล้ว จริงๆแล้วเอมะเป็นลูกของรุ่นน้องรินทาโร่ และแม่ของเธอก็เสียตั้งแต่ให้กำเนิดเธอ ส่วนพ่อของเธอก็ได้ฝากเอมะให้รินทาโร่ดูแลตอนที่เขาออกไปผจญภัย จนในกระทั่งท้ายที่สุดเขาก็ได้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในสถานที่ที่เขาทำงานอยู่ แม้ว่าพ่อแม่แท้ๆของเอมะจะไม่ได้เกี่ยวข้องทางสายเลือดกับรินทาโร่ แต่เขาก็เต็มใจที่จะรับเอมะเป็นลูกบุญธรรม เพราะเธอคือสิ่งสุดท้ายที่รุ่นน้องได้ให้ไว้กับเขา แม้ว่าพวกเขาจะไม่เกี่ยวข้องกันทางสายเลือด แต่รินทาโร่ก็อยากให้เอมะรู้ว่าเขาคิดจริงๆว่าเธอคือลูกสาวของเขา 

 

ไม่นานหลังจากที่เอมะกลับไปที่ห้องนั่งเล่น คานาเมะเอาใบปลิว ชมรมพุทธศาสนา” ที่ดูยังไงก็เหมือนกันใบปลิวโฮสต์คลับ ในใบปลิวเต็มไปด้วยภาพพระในลุคเซ็กซี่ และมีภาพของคานาเมะด้วย แต่เขาอธิบายว่านั่นเป็นใบปลิวเกี่ยวกับงานเทศกาลฤดูร้อนที่จะมาถึงนี่ต่างหาก ( ´ω゚`):;*.’:; คานาเมะอยากให้เอมะไปดูเขาในช่วงงานเทศกาลนั่นและเอมะก็ปฏิเสธไปอย่างเยือกเย็นตามเคย เขายังคงนั่งจีบเธอไปเรื่อยจนกระทั่งอุเคียวเอากระทะมาเคาะหัวคานาเมะ YY  (Aอย่างไรก็ตาม มาซาโอมิเห็นว่าคานาเมะพยายามอย่างมากเพื่อให้เอมะรู้สึกดีขึ้น ดังนั้นเขาเลยโน้มน้าวให้เธอไปด้วยอีกแรง ในตอนนั้นยูสึเกะก็มาที่ห้องนั่งเล่นพอดี และคานาเมะก็บอกให้เขาพาเอมะไปงานเทศกาล ด้วยความที่อยากเห็นเอมะในชุดยูกาตะ ยูสึเกะจึงสนับสนุนให้เอมะไปงานเทศกาลด้วยอีกแรง จนในที่สุดเธอก็ยอมตกลงไปงานเทศกาลแต่โดยดี แม้ว่าเธอจะไม่ตั้งใจที่จะไปหาคานาเมะในงานเทศกาลเลยก็ตาม
 

หลังจากที่เธอใส่ชุดยูกาตะเสร็จแล้ว เอมะก็พบอาซุสะในห้องครัว เขาดูหิวมากและสีหน้าดูไม่ค่อยสู้ดีนัก แต่เขาก็ยังบอกเอมะว่าเขาไม่ได้เป็นอะไรมาก จริงๆเขาสุขภาพไม่ค่อยดีและยังมีปัญหาค้างคากับซึบากิด้วย อาซุสะบอกว่าเขาต้องการทำหน้าที่ของเขาให้ดีที่สุดเมื่อเขาได้พากย์เสียงในบทที่ซึบากิวางใจว่าเขาจะสามารถทำได้ดี แม้ว่าเขาจะสูญเสียการควบคุมไปนิดนึงเมื่อเห็นเอมะอยู่ในชุดยูกาตะ(❤→