credit Eng trans: Rin
credit Thai trans: peunswint/so-me.
 
             เมื่อรู้ว่าเธอไม่สามารถปล่อยให้เรื่องราวเป็นแบบนี้ไปได้ตลอด เอมะจึงยอมรับทุกความรู้สึกของทุกคนที่มีต่อเธอ และเธอก็ให้คำตอบแก่พวกเขา จากการที่ทำลงไปแบบนี้ บางคนก็บอกว่าเขาจะรอเธอต่อไป บางคนก็เยาะเย้ยเธอ และมีคนหนึ่งแน่ๆที่พยายามทำลายการตัดสินใจของเธอด้วยความรักที่ถูกปิดซ่อนเอาไว้ของเขา ในเล่มนี้ประกอบไปด้วย, ซึบากิที่ยังไม่กล้าไปเยี่ยมอาซุสะ, ทุกคนไปเที่ยวในฤดูใบไม้ร่วงกันที่นากาโนะ และเหตุการณ์ไม่คาดฝันในวันคริสมาสต์อีฟที่ถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมัว 


Chapter 18-1: 一つになれば ถ้าพวกเรากลายเป็นคนๆเดียวกัน

ตั้งแต่อาซุสะพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ซึบากิก็งานยุ่งมากๆ ไม่กี่วันต่อมา หลังจากที่เอมะไปเยี่ยมเขา อาซุสะขอให้มาซาโอมิซื้อหนังสือการ์ตูนและเกมให้เขาบ้าง มันจะทำให้เขาสามารถตามงานของเขาทันได้ระหว่างที่เขาขาดงานอยู่อย่างนี้ โชคไม่ดี..ที่มาซาโอมิไม่ค่อยรู้จักพวกของที่อาซุสะอยากได้ และซึบากิที่รู้จักของพวกนี้ดีกลับไม่ว่างเลย มาซาโอมิจึงไปขอความช่วยเหลือจากเอมะ และเธอก็รู้เพียงครึ่งของรายการนั้น เธอเลยถามยูสึเกะเกี่ยวกับของที่เธอไม่รู้จัก ยูสึเกะจึงโยนหนังสือหนังหา(ประมาณว่าไม่สนใจเรื่องเรียนแล้ว 555) และออกไปซื้อของทุกอย่างในรายการนั้นให้เอมะ และนั่นทำให้เขาสอบตกในวันต่อมา เขาอยากไปเยี่ยมอาซุสะที่โรงพยาบาลกับเธอ แต่เขาต้องเรียนเพิ่มจากผลการสอบของเขา อาซุสะเซอร์ไพรส์ที่เอมะมาเยี่ยมเขาพร้อมกับหนังสือการ์ตูนและเกมทุกอย่างที่เขาอยากได้ และเมื่อเขาได้ยินสิ่งที่เกิดขึ้นกับยูสึเกะ เขาจึงบอกว่ายูสึเกะนี่โง่จริงๆ  .*.

            เมื่อพวกเขาเอาของต่างๆออกจากถุง มือของอาซุสะก็ไปโดนมือของเอมะโดยบังเอิญ และเขาก็หน้าแดงขึ้นมา นี่ทำให้เอมะนึกได้ว่าอาซุสะเพิ่งสารภาพรักกับเธอไปได้ไม่นานแต่เมื่อเธอคิดได้ว่าเธอต้องให้คำตอบกับทุกคน เธอเลยรีบผลักมือเขาออกและบอกว่ามันเป็นแค่เรื่องบังเอิญ อาซุสะคิดอะไรนิดหน่อย แต่แล้วเขาก็ยิ้มให้และบอกขอบคุณเอมะที่ช่วยทำให้เขาจำได้ว่าเขาควรรักษาตัวเองให้หายดีซะก่อน แล้วเอมะก็ช่วยขนของพวกนี้ไปวางที่โต๊ะด้านข้าง และเธอก็นำเสื้อผ้าไปแขวนไว้ เธอบอกเขาว่าเขาเก็บของเป็นระเบียบเรียบร้อยมาก เอมะยังบอกอีกว่าเธอรู้สึกดีที่เห็นเขาจัดของเป็นระเบียบแบบนี้ และอาซุสะก็ตอบไปว่านี่เป็นครั้งแรกที่มีคนพูดแบบนี้กับเขา ซึบากิมักจะโมโหเขามากเวลาที่เขาเก็บห้องให้และย้ายของซึบากิไปไว้ให้เป็นระเบียบ เอมะเห็นว่าอาซุสะดูเศร้าๆตอนที่พูดชื่อซึบากิ และนั่นทำให้เธอรู้ว่าซึบากิยังไม่ได้มาเยี่ยมเขาเลยสักครั้ง 

ในวันที่เอมะไปเยี่ยมอาซุสะครั้งแรก ซึบากิกลับบ้านมาและเขาดูเหนื่อยมากๆในตอนดึกๆ หลังจากที่ทำอาหารให้เขา เอมะก็บอกซึบากิว่าเธอไปคุยกับอาซุสะมาแล้ว และอาซุสะก็บอกว่าซึบากิสามารถไปเยี่ยมเขาได้ทุกเวลา แม้ว่าซึบากิเคยสัญญาไว้ว่าเขาจะไปเยี่ยมอาซุสะ เอมะกลับได้ยินเสียงกระซิบของเขาว่า ทำไมต้องมาเกิดอะไรขึ้นในตอนนี้ด้วย ฉันจะเข้าหน้าอาซุสะติดได้ยังไงจริงๆแล้ว นั่นเป็นเพราะว่าเขายังสับสนกับข้อเสนอนั้นอยู่ เอมะรู้สึกเสียใจกับอาซุสะ เธอจึงพูดขึ้นว่าที่ซึบากิยังไม่ได้มาเยี่ยมนั้น เป็นเพราะว่าเขางานยุ่งมาก และเธอก็ประหลาดใจเมื่ออาซุสะบอกว่าเขารู้ว่าซึบากิกำลังทำงานหนักอย่างมากในช่วงนี้เพราะต้องทำในส่วนที่เขาทำค้างไว้ด้วย ผู้จัดการของเขาบอกเขาแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างและเขาก็รู้ว่าบทพากย์ของเขาต้องตกไปเป็นของซึบากิด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม อาซุสะก็พูดว่าซึบากินั้นคิดมากเกินไป บทพากย์มันก็เป็นแค่บทพากย์ และนอกจากนั้น อาซุสะก็คิดไว้แล้วว่าบทพากย์ในอนิเมะเรื่องนั้นเป็นของซึบากิอยู่แล้วด้วย

เมื่ออาซุสะต้องการพักผ่อน เอมะจึงไปหาซื้อแจกันมาปักดอกไม้ให้ในห้องของเขาก่อนที่จะกลับบ้าน ระหว่างที่เธอกำลังกลับไปที่ห้องของอาซุสะ(ที่โรงพยาบาล)นั้น เขาก็ได้ยินเสียงอาซุสะคุยกับใครบางคนในห้อง ตอนแรกเธอคิดว่าเป็นผู้บุกรุก แต่เมื่อเธอคิดดีๆแล้วก็พบว่าคนนั้นคือคนที่อาซุสะตั้งตารอคอย ซึบากิยืนอยู่ใกล้ๆเตียงของอาซุสะ และแม้ว่าเธอจะไม่ได้เห็นหน้าเขา แต่เธอก็จำได้ว่านั่นคือเสียงของซึบากิ ก่อนที่ซึบากิจะได้พูดอะไร อาซุสะก็กอดซึบากิและเรียกเขาว่า นี่ซัง (พี่ชาย) เหมือนที่เขาเคยเรียกตอนที่เขายอมรับบทพากย์ในคืนนั้น ซึบากิขอโทษที่เขาไม่สามารถมาเยี่ยมได้ก่อนหน้านี้ และขอโทษที่เขาไม่พยายามฟังอาซุสะด้วย.. แต่อาซุสะก็บอกว่าไม่เป็นไร มันเป็นความผิดของเขาด้วยที่ไม่ได้อธิบายเหตุผล และเขาก็เข้าใจว่าเป็นใครก็ต้องโกรธที่ถูกรบกวนในขณะนั้น ซึบากิยอมรับว่าเขานั้นโง่เอง และเขาสัญญาว่าตั้งแต่นี้ไปเขาจะคิดก่อนทำ และซึบากิก็ขอให้อาซุสะยกโทษให้เขา และอาซุสะก็บอกว่าไม่มีอะไรที่ต้องให้อภัยเพราะเขาไม่ได้โกรธซึบากิอยู่แล้วตั้งแต่ต้น

นอกห้องของอาซุสะ, เอมะค่อยๆปิดประตูอย่างระมัดระวัง เธอจะได้ไม่ไปรบกวนพวกเขา เธอขอโทษพวกเขาเบาๆที่เป็นต้นเหตุให้เกิดความเข้าใจผิดในครั้งนี้ และเธอก็รู้สึกดีใจจริงๆที่เห็นพวกเขากลับมาคืนดีกันอีกครั้ง  



Chapter 18-2: まぶたに熱を残した嵐は พายุนั้นที่ทำให้เปลือกตาร้อนผ่าว

ในวันงานเทศกาลของโรงเรียนฮิโนเดะ ห้องของเอมะทำเรื่อง คาเฟ่พ่อบ้านและสาวเมด” คนที่เสนอไอเดียนี้คือเพื่อนสนิทของเอมะชื่อว่า อิมาอิ มาโฮโกะ แฟนคลับตัวยงของฟูโตะ มาโฮโกะอยากเปิดคาเฟ่พ่อบ้านแบบทั่วๆไปเพราะที่ห้องนี้มีเพื่อนผู้ชายหน้าตาดีๆอยู่เยอะ แต่เธอก็เลือกที่จะเพิ่มสาวเมดเข้าไปด้วยในตอนท้ายเพราะมีคนช่วยงานไม่พอนั่นเอง เมื่อเอมะเข้ามาที่ห้อง มาโฮโกะก็เอาชุดเมดไปใส่มือเอมะ และบอกให้เธอไปเปลี่ยนชุด และเอมะก็ยอมทำเพราะเธอรู้ว่าเธอไม่สามารถต่อต้านมาโฮโกะได้ เพื่อนในห้องคนหนึ่ง, ซาซากุระ คาซูมะ ถามว่าเขาถ่ายรูปกับเอมะหลังจากเธอเปลี่ยนชุดเสร็จแล้วได้มั้ย เพราะเขาก็ต้องใส่ชุดพ่อบ้านด้วยเช่นกัน เมื่อมาโฮโกะบอกว่ามันคงเป็นรูปที่ดูสวยมากบนใบปลิวของพวกเขา ซาซากุระรีบปฏิเสธและบอกว่ารูปนั้นจะเป็นความทรงจำของเขา และเขาจะไม่ให้รูปนั้นกับใคร (。・・。) (เอมะเป็นสาวฮอตนี่เอง >w<)
 

ไม่นานนักยูสึเกะก็เข้าห้องมา และมาโฮโกะก็บ่นเขานิดหน่อยที่เขามาช้า เธอบอกว่ามันยากที่จะเชื่อว่าเขาคือพี่ของฟูโตะ และเมื่อยูสึเกะเริ่มหงุดหงิด ซาซากุระบอกเขาว่าวันนี้อย่าเพิ่งไปโกรธมาโฮโกะเลย มันไม่มีประโยชน์อะไรที่จะโกรธเธอ จากนั้นมาโฮโกะก็ผลักยูสึเกะเข้าห้องเปลี่ยนชุด และผ่านไปสักพัก เขาก็เดินออกมาพร้อมกับชุดเครื่องแบบพ่อบ้าน สิ่งแรกที่เขาทำคือถามเอมะว่าเขาดูเป็นยังไง และเขาก็หน้าแดงตอนที่เธอบอกว่าเขาดูดี (❤→艸←หลังจากนั้นเอมะก็ไปเปลี่ยนใส่ชุดเมดด้วย และยูสึเกะก็อึ้งไปเมื่อเธอเดินออกมาจากห้องเปลี่ยนชุด (--)  แต่เขาก็แปลกใจเมื่อซาซากุระบอกเอมะว่าอย่าลืมถ่ายรูปกับเขาด้วยล่ะ ยูสึเกะผู้น่าสงสารมีศัตรูหัวใจเพิ่มมาอีกคนแล้ว ω`)

หลังจากที่เธอช่วยงานของห้องเสร็จแล้ว เอมะก็ไปแจกใบปลิวคาเฟ่ของพวกเขาที่หน้าประตูโรงเรียน เธอได้ยินใครบางคนพูดว่า ฉันเจอเมดสาวผู้น่ารักแล้ว ก่อนที่เธอจะกลับไปที่ห้อง เธอหันไปรอบๆเพื่อหาฟูโตะที่อยู่แถวๆนั้น เขาใส่ชุดแวมไพร์อยู่ มันกลายเป็นว่าชุดนั้นเขาใส่เพื่อจะทำโฟโต้บุ้คของเขาเอง เพื่อถ่ายรูปในธีมงานเทศกาลโรงเรียน ตอนแรกพวกเขาตั้งใจที่จะถ่ายอีกเซ็ตนึง แต่เมื่อโรงเรียนฮิโนเดะมีงานเทศกาลในวันนี้พอดี พวกเขาจึงเปลี่ยนแพลนและใช้โรงเรียนเป็นสถานที่ถ่ายภาพแทน ฟูโตะชวนเอมะไปเยี่ยมงานที่ห้องของเขา ห้องของฟูโตะทำเป็นบ้านผีสิง และเมื่อเธอพยายามปฏิเสธเขา เขาจึงพูดอย่างเศร้าๆว่าเขาแค่อยากสนุกกับงานเทศกาลกับเธอก็แค่นั้นเอง (ฟูโตะใช้มายาสินะ -3-) เขาไม่ค่อยมีเวลาว่างมากนักเพราะเขาเป็นไอดอล และพวกเขา(คนที่กองถ่าย,คนในบริษัท)ก็อยากให้ฟูโตะทำงานระหว่างที่เขาร่วมกิจกรรมในงานเทศกาลที่โรงเรียนด้วยเพราะพวกเขาจะได้ประหยัดงบด้วย ท้ายที่สุดแล้วเอมะก็เห็นใจฟูโตะ เธอจึงยอมไปเยี่ยมชมงานที่ห้องของเขาสักพัก 

เมื่อไปถึงที่ห้องของเขา ฟูโตะก็นำทางเอมะไปที่อีกประตูหนึ่ง พร้อมบอกว่าเธอต้องจ่ายค่าเข้าถ้าพวกเขาเข้าไปตรงทางเข้าหลัก ดังนั้นเขาจึงพาเธอมาเข้าที่ประตูหลังแทน ข้างในนั้นมืดมาก และฟูโตะก็บอกเอมะว่าอย่าเรียกชื่อเขาเสียงดังล่ะ ไม่งั้นพวกสตาฟจะเข้ามารบกวน อย่างไรก็ตาม ฟูโตะก็ล็อคประตูและกอดเอมะทันที และเขาก็ปิดปากเธอด้วยมือของเขาก่อนที่เธอจะได้พูดอะไรออกไป เขาบอกเธอว่าท่าทางเศร้าๆของเขาก่อนหน้านั้นคือการแสดง และเขาบอกเธอว่าอย่าไว้ใจผู้ชายมากนัก เขายังบอกอีกว่ามันเป็นความผิดของเธอที่เล่นกับความรู้สึกของพวกพี่ชายเขา และเขาถามเธอว่าเธอจะโปรยเสน่ห์ใส่พี่น้องเขาอีกกี่คนเธอถึงจะพอใจ แล้วฟูโตะก็ถามเอมะอีกว่าตอนนี้เธอลังเลใจอยู่รึเปล่า และเขาก็ตั้งใจที่จะช่วยเธอตัดสินใจโดยทำให้เธอเป็นของเขา เขาไม่เหมือนกับพี่ๆของเขา ฟูโตะไม่เคยสารภาพรักกับเอมะ ถ้าเขาชอบอะไรแล้ว เขาก็จะทำให้สิ่งนั้นตกเป็นของเขาให้ได้ และเขาไม่ต้องการคำอนุญาตจากเธอด้วย แล้วฟูโตะก็บอกให้เธอหนีไปได้ถ้าเธออยากหนี แต่ลมหายใจอุ่นๆของเขาก็ดูดความสามารถในการต้านทานของเธอไปแล้ว จนกระทั่งเขาพูดขึ้นว่าพี่ๆของเขานั้นถูกคนแบบเธอหว่านเสน่ห์ได้อย่างง่ายดายทีเดียว

 

เอมะก็เริ่มมีแรงมากขึ้นลังจากที่ได้ยินประโยคพวกนั้น และเธอก็ผลักฟูโตะออกด้วยแรงทั้งหมดที่เธอมี เขาแปลกใจมากกับการต่อต้านของเธอ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ประทับใจที่เอมะยังมีความเข้มแข็งหลงเหลืออยู่บ้าง เมื่อเห็นว่าเอมะไม่มีแรงที่จะลุกขึ้นอีก ฟูโตะก็หัวเราะเยาะเย้ยและพูดว่าทุกอย่างที่เขาทำนั้นก็เป็นการแสดงด้วยเช่นกัน มันเป็นการแค่ความบันเทิงเล็กๆน้อยๆที่ทำให้เขาสนุกกับงานเทศกาลมากขึ้น และเขาก็บอกว่าเขาไม่ได้ล็อคประตูหรอก เขาแค่แกล้งทำให้ดูเหมือนอย่างนั้น แล้วฟูโตะก็พูดว่ายิ่งเอมะเข้มแข็งขึ้น เขาก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ตัวเธอมา(เป็นแฟน) เขาบอกเธอว่าไม่ว่ายังไงเธอก็ต้องทำตัวให้เข้มแข็งมากขึ้น และเขาจะทำให้เธอเป็นของเขาให้ได้ (*ノ∀ノ)ー♡ ก่อนจะออกไป ฟูโตะก็จุ้บเอมะเบาๆที่ตาของเธอ และบอกให้เธอจำคำของเขาเอาไว้  

ก่อน #019 – ด้านของอุเคียว: 誰もが無罪ではなく ไม่มีใครไร้เดียงสา

เมื่อตกดึก อุเคียวก็ไปอาบน้ำหลังจากที่เขาทำความสะอาดชั้น5เสร็จ ตอนนี้เขารู้แล้วว่าพี่น้องเขาส่วนใหญ่ตกหลุมรักเอมะ และเขาต้องทำอะไรบางอย่างก่อนที่ความขัดแย้งนี้จะไปทำให้เธอเครียดมากขึ้น ปัญหาคือ...เขาไม่รู้ว่าเขาควรทำอะไรในสถานการณ์แบบนี้ มันไม่เหมือนกับที่เขาสามารถแก้ไขปัญหาได้โดยกฎหมาย และอุเคียวคิดว่าการจัดการปัญหาของผู้หญิงคือสิ่งที่ยากสำหรับเขา ตอนที่เขาออกมาจากห้องน้ำ เขาก็เห็นอาซึสะนั่งดื่มอยู่ในห้องนั่งเล่น อาซึสะเพิ่งออกจากโรงพยาบาลมาเมื่อเร็วๆนี้ และวันนี้พวกสตาฟก็มาฉลองให้เขาที่ได้ออกจากโรงพยาบาล อุเคียวเป็นกังวลเกี่ยวกับอาซึสะ เพราะเขาเพิ่งจะหาย แต่เมื่อเขาบอกอาซึสะว่าอย่าฝืนตัวเอง อาซึสะก็บอกว่าเขาเข้าใจแล้วและก็เรียกอุเคียวว่า ม่ามะ(แม่) นั่นทำให้อุเคียวท้อใจเล็กๆ (ฮ่าๆ) อาซึสะไม่ยอมทานอาหารเย็น อุเคียวจึงเอาน้ำเปล่าให้เขาแทน

หลังจากที่อาซึสะดื่มน้ำเสร็จ เขาก็พูดว่าเธอเพิ่งจะชนะคดีเมื่อเร็วๆนี้ เขาเห็นภาพของเธอในอินเตอร์เน็ตและก็บทความเกี่ยวกับอามามิยะ เรโกะ,นักทนายสาวสวยที่ชนะคดีในชั้นศาล อุเคียวพูดอย่างใจเย็นว่าบทความนั้นบ้าบอ เพราะในนั้นไม่ได้กล่าวถึงตัวตนที่แท้จริงของเธอเลย และอุเคียวก็ถามอาซึสะว่าเขารู้มั้ยว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่จะทำให้ชนะคดีได้อย่างต่อเนื่อง มันง่ายมาก เพียงแค่ไม่รับคดีที่จะทำให้ต้องพ่ายแพ้ก็พอ เรโกะมีความสามารถในการบอกได้ว่าคดีไหนเธอจะชนะและคดีแบบไหนที่เธอไม่เก่ง และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้เธอชนะคดีอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่อุเคียวจะไปนอน อาซึสะก็ถามเขาขึ้นมาทันทีว่าเขาเห็นเรโกะในตัวของเอมะบ้างมั้ย เพราะพวกเขาเหมือนกันอย่างมาก อาซึสะดูเหมือนไม่แน่ใจแม้ว่าอุเคียวจะตอบเขาไม่เห็นตัวตนของเรโกะในเอมะเลย ดังนั้นอุเคียวจึงบอกเขาให้เข้าใจว่าเขาไม่ได้เอาเอมะและเรโกะมาเปรียบเทียบกัน ภายนอกนั้นพวกเขาดูคล้ายกัน แต่นิสัยของพวกเขานั้นแตกต่างกันมาก พวกเขาจึงเป็นคนสองคนที่แตกต่างกัน 

 

เมื่ออาซึสะถามว่าเขารู้สึกอย่างไรกับเอมะ อุเคียวถามกลับว่าเกิดอะไรขึ้นตอนที่พวกเขาไปเที่ยวเกาะกัน เขาดีใจที่ความสัมพันธ์ของอาซึสะและซึบากิกลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่เขาก็เห็นว่าทั้งสองคนมีท่าทางแปลกๆต่อกันพักหนึ่ง อุเคียวจึงถามว่าทั้งสองคนปรับความเข้าใจกันแล้วใช่มั้ย และอาซึสะก็หัวเราะพร้อมพูดว่าอุเคียวดูฉลาดหลักแหลมมากเวลาที่เขาอยู่ในอารมณ์แบบทนายความ อาซึสะไม่ได้อยากบอกอุเคียวนักว่าเกิดอะไรขึ้น เขาเลยบอกแค่ว่าเขาใช้สิทธิ์ของเขาในการเลือกที่จะเงียบ(ไม่บอกอะไรไป) และอุเคียวก็บอกว่าเขาเข้าใจดี หลังจกานั้นอาซึสะก็เผลอหลับที่โซฟา และอุเคียวก็ค่อยๆถอดแว่นของเขาออก เขาคิดว่าเวลาที่พวกเขาจะได้เคลียร์กันจริงๆจังๆจะมาถึงอย่างแน่นอน เขาบอกราตรีสวัสดิ์ให้อาซึสะ และเขาก็ออกจากห้องนั่งเล่นไป  


 

Chapter 19: 星とキスの降る夜に ดาวตก และจุมพิตที่เกิดขึ้นในคืนนั้น

 ทริปฤดูใบไม้ร่วงของบ้านอาซาฮินะ เอมะและพี่น้องของเธอไปเที่ยวบ้านพักตากอากาศของมิวะที่อยู่ทางเหนือของ ยัทสึกะทาเกะ เมืองนากาโนะ คนที่ไปทริปครั้งนี้มีมาซาโอมิ วาตารุ อุเคียว ฮิคารุ ซุบารุ อาซึสะและนัทสึเมะ เดินทางโดยรถของมาซาโอมิ และนัทสึเมะ หลังจากขับไปสักพัก พวกเขาก็หลงทาง อุเคียวจึงดูแผนที่เพื่อจะได้รู้ว่าพวกเขากำลังจะไปไหน พวกเขาจอดรถพักกันก่อน และอาซึสะก็หน้าแดงเมื่อเอมะยิ้มให้เขา แม้ว่าเขาพยายามที่จะปกปิดมันไว้โดยบอกว่าใบเมเปิ้ลสวยก็ตาม ฮิคารุก็มาล้อเขาโดยบอกว่าเขาแสดงเก่งจริงๆ แต่โชคดีที่นัทสึเมะเรียกอาซึสะไว้ก่อนที่พวกเขาจะทะเลาะกัน เมื่ออาซึสะไปแล้ว ฮิคารุจึงหันไปล้อซุบารุแทน เขาเรียกให้ซุบารุมายืนข้างเอมะเพื่อเขาจะได้ถ่ายรูปให้ และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้บรรยากาศระหว่างเอมะและซุบารุดูกระอักกระอ่วนชอบกล จนกระทั่งวาตารุเดินมาหาซุบารุและบอกว่าเขาไม่อนุญาตให้ซุบารุถ่ายรูปคู่กับเอมะ วาตารุแสดงความอิจฉาออกมาชัดเจนมากและเขาไม่ปล่อยให้ทั้งสองได้ถ่ายรูปกัน ในที่สุด เอมะจึงต้องบอกเขาว่าเธออยากถ่ายรูปกับทุกคนจริงๆ วาตารุจึงใจเย็นลงเมื่อได้ยินแบบนั้น ก่อนที่จะถ่ายรูปรวม ฮิคารุกระซิบบอกกับเอมะว่าเธอแก้ไขสถานการณ์ได้ดีมาก

เมื่อถึงที่บ้านพักตากอากาศ ซุบารุก็ช่วยเอมะยกกระเป๋าเข้าไปข้างใน เขาถามเธอว่าเขาจะได้คุยกับเธอแบบส่วนตัวก่อนที่จะกลับโตเกียวมั้ย และเมื่อเธอถามว่าเขาจะคุยกับเธอเรื่องอะไร เขาก็บอกแค่ว่าเขาจะบอกเธอทุกอย่างถ้าเธอมีเวลาให้เขา ในคืนนั้นเอง ทุกคนก็เตรียมบาร์บีคิวสำหรับมื้อเย็นนี้ นัทสึเมะรู้สึกว่ามันไม่ค่อยปกติที่ซึบากิไม่ได้มาเที่ยวทริปในครั้งนี้ แต่ก็อย่างที่อาซึสะบอก ซึบากิงานยุ่งมากๆในช่วงนี้ หลังจากนั้นอาซึสะก็ได้รับโทรศัพท์จากซึบากิ และนัทสึเมะก็เห็นว่าเอมะดูกังวลเล็กน้อย เขาจึงบอกเธอว่าซึบากิได้รับบทพากย์ตัวเอกของอนิเมะแทนอาซึสะ ทางฝ่ายผลิตไม่สามารถรอจนกว่าอาซึสะจะกลับมาทำงาน พวกเขาจึงมองหานักพากย์คนใหม่ของบทนี้ มันเป็นบทที่ซึบากิใฝ่ฝันมานาน แต่เอมะก็รู้สึกแย่ต่ออาซึสะเพราะเขาคิดอย่างหนักกว่าจะยอมรับบทนั้นได้ อย่างไรก็ตาม นัทสึเมะบอกเอมะว่าอย่าเศร้าไปเลย มันเป็นครั้งแรกที่เขาเห็นอาซึสะกับซึบากิมีเรื่องไม่เข้าใจกัน แต่เขาเชื่อว่าทั้งสองคนนั้นรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุด พวกเขาไม่มีวันแตกหักกันแน่นอน ในฐานะน้องชาย นัทสึเมะขอให้เอมะยิ้มให้พวกเขาสองคน รอยยิ้มของเธอทำให้พวกเขามีความสุข และเขายอมรับว่าเขาจะจดจำรอยยิ้มของเธอ และจะคิดถึงมันเมื่อไหร่ก็ตามที่เขารู้สึกเหนื่อยล้า  +.o(*´д`*)o.+

หลังทานอาหารเย็นเสร็จ เอมะก็มานั่งอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน และคิดถึงตอนที่ซุบารุมาสารภาพกับเธอ และสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น ทันใดนั้นเอง ฮิคารุก็เข้ามาแหย่เธออีกครั้ง คราวนี้เขาถามเธอว่ามีความสุขมั้ยที่ใครๆต่างก็หลงรักเธอ เอมะปฏิเสธข้อกล่าวหานั้นอย่างเคืองๆ แต่ฮิคารุก็ยังคงใจเย็นและบอกเธอว่าด่านต่อไปของเกมนี้กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว แทนที่เขาจะอธิบายว่ามันหมายถึงอะไร เขาบอกให้เธอไปเอาอาหารเย็นมาให้เขาที และเธอจะยอมทำอาหารให้เขา ถ้าเขาบอกว่านั่นหมายถึงอะไรให้เธอรู้หลังจากที่เขาทานเสร็จ ฮิคารุยอมรับข้อเสนอนั้น ดังนั้นหลังจากที่เขาทานอาหารเสร็จ (บาร์บีคิวนั่นแหล่ะค่ะ ฮ่าๆ) เขาก็ให้เอมะดูป้ายคะแนนของ“Brothers Conflict” เวอร์ชั่นล่าสุดของเดือนพฤศจิกายน ปี 2011 กระดานถูกแบ่งออกเป็น 13แถว และ 3คอลัมน์ เขาบอกว่ามันถูกแบ่งเป็น เลขลำดับ” “กลุ่ม” และ เงินปันผล” ฮิคารุไม่ได้อธิบายว่าส่วนของกำไรนั้นหมายถึงอะไร แต่โดยปกติแล้วน่าจะหมายความว่าเงินที่พวกพี่น้องเขาต้องจ่ายเพื่อนที่จะอยู่กับเอมะ หรือในทางตรงกันข้าม คนที่จ่ายน้อยที่สุดคือคนที่อยู่ใกล้ตัวเธอมากที่สุด (อันนี้ไรท์เตอร์ไม่เข้าใจเช่นกันค่ะ จบ. T^T)

ฮิคารุบอกว่าตัวเลขพวกนี้ไม่มีความหมายอะไร เพราะตัวเลขพวกนี้ผันผวนอยู่ตลอดเวลา และเอมะก็ยังคงไม่เข้าใจอยู่ดี เขาจึงให้คำใบ้ไปให้เธอหาคำตอบเอาเองว่า ทำไมคานาเมะถึงไม่มาทริปนี้กับพวกเรา เอมะตอบไปว่าเขาอยากช่วยสอนยูสึเกะ แต่ฮิคารุกลับพูดว่าเขาใจดี..นั่นคือสาเหตุที่ บางทีเขาก็โกหกเพื่อความรัก ;ω;`) หลังจากฮิคารุจากไป เอมะก็เริ่มคิดว่าทำไมคานาเมะถึงต้องโกหกเธอ และเธอก็ใช้เวลาเพียงไม่นานก็คิดคำตอบได้ ซึบากิ, รุย และฟุโตะนั้นงานยุ่งจริง และยูสึเกะก็กำลังตั้งใจอ่านหนังสือด้วยตัวเองที่ห้องของเขา นั่นก็เหลือแค่อิโอริ คานาเมะคงอยากที่จะอยู่ที่โตเกียวเพราะเขาอยากคุยกับอิโอรินั่นเอง

เช้าวันต่อมา เอมะก็เจออุเคียวที่ห้องครัว เธออยากช่วยเขาเตรียมอาหารเช้าเหมือนอย่างปกติ แต่เขาบอกให้เธอไปพักผ่อนแทน เอมะนอนคิดทั้งคืนถึงสิ่งที่ฮิคารุบอกเธอ และอุเคียวก็เห็นว่าเอมะดูเพลียๆ เขาจึงถามว่าเธอกังวลอะไรอยู่รึเปล่า แต่เธอก็ไม่สามารถให้คำตอบแก่เขาได้ เขาจึงบอกเธอเรื่องอดีตของเขานิดหน่อย ย้อนกลับไปเมื่อตอนที่เขาเป็นทนายใหม่ๆ อุเคียวไม่ค่อยได้นอนเพราะเขาเตรียมทดลอง(อะไรบางอย่าง) และนั่นก็ทำให้เขาได้ผลลัพธ์ที่ไม่น่าพอใจสักเท่าไหร่ ท้ายที่สุดแล้วเขาก็คิดว่าแทนที่จะทำคดีให้ดีที่สุด คนเราจำเป็นจะต้องนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอและต้องดูแลสุขภาพของตัวเราเองด้วย อุเคียวบอกเธอว่าเขาฟังเธอระบายได้ทุกเมื่อ แต่ตอนนี้เขาอยากให้เธอไปพักผ่อนก่อน และนี่ทำให้เอมะไม่รู้สึกว่าเธอโดดเดี่ยวอีกต่อไป และเธอก็คิดได้ว่าเธอต้องฟังสิ่งที่พี่น้องเธอต้องการจะพูด ถ้าเธออยากให้คำตอบที่เหมาะสมแก่พวกเขา เอมะทำตามที่อุเคียวแนะนำ เธอดื่มนมร้อนที่อุเคียวทำมาให้ และกลับไปที่ห้องนอนของเธอหลังจากบอกราตรีสวัสดิ์แก่เขา
 

ในตอนเย็น เอมะออกไปเดินเล่นรอบๆบ้านพัก เธอลื่นตรงพื้นหินระหว่างเดินกลับไปที่บ้าน แต่โชคดีที่ซุบารุมาประคองเธอได้ทันก่อนที่เธอจะลื่นลงแม่น้ำไป เอมะรู้ว่าเธอจะไม่มีโอกาสได้คุยกับซุบารุเท่าไหร่นัก เธอจึงถามว่าเขาอยากคุยอะไรกับเธอรึเปล่า ในตอนแรกซุบารุดูไม่เต็มใจที่จะคุยนัก แต่เขาก็ถามเอมะว่าเธอรู้จักชมรมบาสเกตบอลมืออาชีพของญี่ปุ่นมั้ย เขาบอกว่ามีคนมาดูเขาเล่น และเขาจะได้เป็นมืออาชีพด้วยถ้าเขายอมรับข้อเสนอของทางนั้น เอมะดีใจกับเขาด้วยเมื่อเธอได้ฟังข่าวนี้ แต่ซุบารุกลับเงียบไปสักพักหนึ่ง และเขาก็ขอให้เธอยกโทษให้เขา ทีมที่อยากให้เขาเข้าร่วมด้วยคือทีมคิวชู ดังนั้นเขาจะต้องย้ายไปที่อื่นถ้าเขารับข้อเสนอนั้น มันอยู่ไกลจากที่บ้านมาก และเขาต้องการให้เธอลืมเรื่องที่เขาสารภาพกับเธอไป เขาไม่สามารถขอให้เธอไปและอยู่ข้างๆเขาได้ อย่างไรก็ตาม ซุบารุกลับรู้สึกสับสนมากขึ้นเมื่อเขาทั้งสองสบตากัน ทั้งๆที่เขาเพิ่งพูดไปว่าเขารักเธอมากเกินกว่าจะปล่อยเธอไปได้ และตอนนี้เขาก็ไม่รู้แล้วว่าควรทำอย่างไรดี 

เอมะรู้สึกดีใจจริงๆที่เธอได้รู้ความรู้สึกของเขา ดังนั้นเธอจึงขอให้เขาให้เวลาเธออีกหน่อย เธอยังไม่สามารถตอบรับความรู้สึกของเขาได้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เธอรู้แน่ๆคือ... เธอไม่อยากให้เขายอมแพ้ในเรื่องบาสเกตบอล(ประมาณว่าไม่เข้าทีมนั้นค่ะ) ระยะทางไม่สามารถแยกพวกเขาได้ถ้าพวกเขารักกันจริงๆ แต่ข้อเสนอของทีมคิวชูจะหายไปถ้าเขาปฏิเสธไป ดังนั้นเธอจึงอยากให้เขาคว้าโอกาสนี้ไว้และเป็นนักบาสเกตบอลมืออาชีพให้ได้ หลังจากที่เงียบไปแป้ปนึง ซุบารุก็ยิ้มและขอบคุณสำหรับคำตอบของเธอ เขาไม่ได้คาดหวังว่าเธอจะคิดเกี่ยวกับอนาคตของเขามากขนาดนี้ และเขาก็ดีใจจริงๆที่เธอเป็นห่วงเขา ซุบารุจีงสัญญาว่าเขาจะเป็นนักกีฬาอันดับต้นๆให้ได้ และเขาก็ขอให้เอมะบอกคำตอบให้แก่เขาทันทีที่เธอรู้คำตอบนั้น เขาจะยังรอเธอต่อไปแม้ว่าเขาจะไปเป็นนักบาสเกตบอลมืออาชีพแล้วก็ตาม (´`)☆゜:*

ตอนดึกๆ เอมะเจออาซึสะที่ห้องนั่งเล่น เขากำลังคุยโทรศัพท์กับซึบากิอยู่ เขาวางสายและเขาก็ขอโทษที่ส่งเสียงดังในตอนกลางคืน แต่เธอกลับกังวลว่าเธอจะเข้ามารบกวนการคุยของพวกเขามากกว่า อาซึสะอธิบายว่าพวกเขาคุยกันเรื่องสคริปต์เฉยๆ และเมื่อเอมะดูไม่แปลกใจเลย เขาจึงถามว่าเธอรู้เรื่องบทพากย์แล้วหรอ เอมะยอมรับอย่างซื่อสัตย์ว่าเธอได้ยินเรื่องนั้นแล้วจากนัทสึเมะ และเธอก็รู้สึกเสียใจทันทีเมื่อเธอบอกความจริงไปเพราะอาซึสะดูหงุดหงิด เขาพาเธอไปเดินเล่นข้างนอกภายใต้ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว เขาอธิบายให้เธอฟังว่าซึบากิตั้งใจทำงานอย่างหนักเพื่อบทนี้ ซึบากิยังปรับความต่างที่อาซึสะได้สร้างขึ้นก่อนที่เขาจะเข้าโรงพยาบาล ซึบากิพยายามปรับการแสดง(ท่าทาง คำพูด)ให้คล้ายกับของอาซึสะ แต่สิ่งที่ซึบากิทำอยู่ในตอนนี้นั้นมันเหนือกว่าขั้นนั้นไปแล้ว ซึบากิพากย์บทนั้นและทำให้อาซึสะดูมีบทร่วมด้วย อาซึสะจึงบอกว่าสิ่งที่ซึบากิทำอยู่ในตอนนี้คือตัวตนที่แท้จริงของเขา ซึบากิเป็นคนที่ตรงไปตรงมาและเป็นคนง่ายๆที่ทำงานอย่างจริงจัง หลังจากที่เห็นความตั้งใจของซึบากิแล้ว อาซึสะจึงคิดได้ว่าเขาต้องกลายเป็นศัตรูของซึบากิแน่ๆ ทั้งศัตรูในเรื่องงานและเรื่องการเอาชนะใจเอมะ เพราะความหวังของซึบากิก็คืออาซึสะจะเผชิญหน้ากับเขาได้ด้วยทุกสิ่งที่อาซึสะมี และแม้ว่าอาซึสะจะยอมรับว่าเขาไม่สามารถเอาชนะความตั้งใจของซึบากิได้เลย เขาก็ไม่อยากเสียอะไรไปสักอย่าง หรือมากกว่านั้น เขาไม่สามารถปล่อยให้ตัวเองเสียทั้งสองอย่างนั้นไปได้ (ถ้างงตรงส่วนที่อธิบายเรื่องงานของซึบากิก็ขอโทษด้วยค่ะ เราอ่านอิ้งเราก็งงเช่นกัน ฮาๆๆ นี่พยายามแปลให้ดูงงน้อยสุดแล้วนา T^T)

 

และในตอนนั้นเอง เอมะก็จาม อาซึสะจึงกอดเธอไว้และถามว่าเธอมีไข้หรอ อาซึสะพูดย้ำอีกครั้งว่าเขาไม่อยากเสียอะไรไป และเขาก็จุ้บหน้าผากของเอมะเพื่อพิสูจน์ในสิ่งที่เขาตัดสินใจไปแล้ว เขากระซิบบอกเธอว่าเขารักเธอ จูบนี้ทำให้เธอนึกถึงคืนที่ซึบากิจูบเธอครั้งแระ และเธอก็คิดได้ว่าซึบากิและอาซึสะมีจิต(ใจ)ดวงเดียวกันจริงๆ 

 

หลัง #019 – ด้านของฮิคารุ: やがて手折るための花を今は愛でてความหลงใหลในดอกไม้ที่จะถูกถอนออกในไม่ช้า

 ย้อนกลับไปที่ตอนพวกเขาอยู่บ้านพักตากอากาศ วาตารุมาหาฮิคารุและแอบดูหน้าจอแลปท็อบของเขา ในหน้าจอนั้นมีกระดานคะแนนของ Brothers Conflict (ความขัดแย้งของพี่น้อง)อยู่ แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่ามันหมายถึงอะไร เพราะการอธิบายแบบธรรมดาไม่ช่วยให้วาตารุเข้าใจได้ ฮิคารุจึงบอกให้เขาฟังใหม่โดยใช้คำที่ต่างออกไปจากเดิม เขาอธิบายว่าในประเทศหนึ่ง มีเจ้าชาย13พระองค์ต่อสู้กันเพื่อจะได้เจ้าหญิงมาครองคู่ และฮิคารุก็ถามวาตารุว่าเขาคิดว่าใครจะชนะใจของเจ้าหญิง วาตารุตอบอย่างรวดเร็วว่าเจ้าชายองค์ที่13 เพราะเขามีคะแนนสูงสุดในช่องสุดท้าย เขาคิดว่าช่องนั้นคือช่องพลังโจมตี อย่างไรก็ตาม วาตารุรู้สึกเสียใจกับเจ้าชายองค์อื่นๆด้วย พวกเขาเป็นพี่น้องกันแต่กลับต้องมาต่อสู้กันเอง เมื่อได้ยินแบบนั้น ฮิคารุก็ถามวาตารุว่าเขาจะทำอย่างไรถ้าเขาเป็นหนึ่งในเจ้าชายเหล่านั้น เขาจะยอมแพ้เรื่องเจ้าหญิงมั้ยเพื่อเขาจะได้ไม่มีเรื่องบาดหมางกับพี่ๆคนอื่น แต่น่าแปลกใจ วาตารุบอกว่าเขาจะไม่ยอมแพ้ เพราะความรักคือความรู้สึกที่จริงจังและไม่มีอะไรมาแทนได้ ฮิคารุชื่นชมวาตารุที่ตอบคำถามได้ดี และวาตารุก็ดีใจที่ได้ยินอย่างนั้นเพราะปกติฮิคารุมักจะพูดแต่สิ่งที่ทำร้ายจิตใจซะมากกว่า ฮิคารุจึงหยิกปากเขาเป็นการลงโทษ   .*. เมื่อวาตารุพร้อมที่จะต่อสู้เพื่อเอมะแล้ว ฮิคารุจึงอัพเดทส่วนของเงินปันผลของเขาเป็น 180(ลดลงจากตอนแรก) วาตารุจึงต่อต้านเพราะเขาคิดว่าเจ้าชายองค์ที่13 ดูมีพลังน้อยลง แต่ฮิคารุก็พูดว่าจริงๆแล้วมันตรงกันข้ามกับสิ่งที่เขาคิด ก่อนจะออกไป ฮิคารุขอให้วาตารุส่งข้อความถึงเอมะให้หน่อยว่า โอกาสที่จะเป็นไปได้นั้นกำลังปรับปรุงใหม่อยู่ 

 

 

ก่อน #020 – ด้านของอิโอริ: 冬花へ สำหรับฟูยูกะ

ในวันคริสมาสอีฟ อิโอริคิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเขากับฟูยูกะและเอมะ เขาเชื่อว่าตอนนี้เขากับเอมะกำลังรักกันอยู่ ดังนั้นเขาจึงต้องตอบรับความรู้สึกของเธอ ย้อนกลับไปในอดีต อิโอริรักฟูยูกะมาก และเขาให้ทุกสิ่งทุกอย่างแก่เธอ ฟลังจากที่เธอเสียชีวิต เขาอยากจะฆ่าตัวตาย ตามเธอไปอีกภพหนึ่ง และเมื่อมีใครบางคนเอาสร้อยไม้กางเขนมาให้เขา บอกว่ามันเป็นของที่ระลึกจากฟูยูกะ อิโอริมีความสุขมากและพยายามที่จะใช้เชือกนั้นรัดคอตัวเอง แต่ก็มีใครบางคนเข้ามาขัดจังหวะพอดี อิโอริก็อยู่ด้วยความทุกข์ทรมานมาตั้งแต่ตอนนั้น จนกระทั่งโชคชะตาทำให้เขาได้พบกับเอมะ เขาเชื่อว่าเธอคือคนที่ฟ้าส่งมาให้ ในตอนแรก, อิโอริไม่ได้มีความเห็นเกี่ยวกับเอมะเลย แต่ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไปเมื่อเธอสัญญาว่าจะอยู่ข้างเขาตลอดไป ทั้งๆที่เธอเพิ่งพูดบางอย่างไปเมื่อช่วงเทศกาลหน้าร้อนที่ผ่านมา อิโอริยังคงเชื่อว่าเอมะเสียใจมากที่รู้ตัวตนที่แท้จริงของเธอ เขายังคิดไปอีกว่าเขาเป็นเพียงคนเดียวที่จะสามารถช่วยเธอได้ เพราะเธอรักเขา แต่ก่อนที่เขาจะตอบรับความรู้สึกของเธอได้นั้น พวกเขาทั้งสองต้องคุยกับฟูยูกะก่อน ฟูยูกะเป็นคนสอนให้เขารู้จักกับความรัก และตอนนี้เขาก็จะสอนให้เอมะได้รู้จักกับความรักเช่นกัน 

           ในระหว่างทางกลับบ้าน เขาพบเอมะกำลังเดินเล่นที่ถนน เขามีความสุขเมื่อคิดว่ามันช่างเป็นอะไรที่โชคชะตากำหนดมาเหลือเกินที่ทำให้เขาได้พบกับเธออีกครั้งในคืนนี้ และเอมะก็ไม่รู้สึกเป็นห่วงอะไรเพราะเขายืนอยู่ตรงข้างหน้าของเธอแล้ว คืนนี้เขาตั้งใจไว้ว่าจะไปบอกเรื่องความรักของเขากับเอมะให้ฟูยูกะได้รับรู้ ดังนั้นเขาจึงรีบเรียกเธอ และบอกเรื่องนี้ให้เธอได้รู้ 

 

 

Chapter 20: 嘘ばかりの愛でも แม้ว่าความรักนั้นจะเต็มไปด้วยเรื่องโกหก

           ในตอนเย็นของวันที่ 17 ธันวาคม เอมะนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องเขา และมาซาโอมิก็ชวนเธอนั่งดื่มชาด้วยกัน อีกเพียงแค่เดือนเดียวเท่านั้นก็จะถึงเวลาของการสอบกลางแล้ว (คล้ายๆเอนทรานซ์บ้านเราล่ะมั้งคะ?) และเขาก็สงสัยว่าเธอได้เลือกมหาวิทยาลัยไหนนอกจากเมจิหรือเปล่า และเอมะก็บอกว่ามีหลายมหาวิทยาลัยสตรีหลายแห่งที่เธอคิดไว้เป็นตัวเลือกที่สอง มาซาโอมิถามเธออย่างระวังว่าเธอมีความรู้สึกอยากเข้ามหาวิทยาลัยโจชิบ้างมั้ย แต่เธอก็ตอบว่าไม่อย่างชัดเจน เพราะเธอรู้ว่ามันยากเกินไปสำหรับเธอ ก่อนที่เอมะจะกลับไปที่ห้อง มาซาโอมิก็ถามขึ้นมาทันทีว่าเธอมีแผนไปไหนรึเปล่าในวันที่ 24 เอมะบอกว่าเธอตั้งใจจะอ่านหนังสืออยู่ที่บ้าน แต่แล้วเธอก็คิดได้ว่ามาซาโอมิแค่เช็คดูเท่านั้นเพราะเขาจะชวนเธอออกไปข้างนอกนั่นเอง (´`๑) เมื่อมาซาโอมิรู้ว่าเอมะรู้ทันแล้ว เขาจึงหน้าแดงขึ้น แต่เขาพูดเพียงว่าเขาอยากจัดงานปาร์ตี้คริสมาสกับทุกคน เมื่อเอมะบอกว่าเธอจะเข้าร่วมในงานปาร์ตี้ด้วยนั้น มาซาโอมิก็ขอบคุณเธอพร้อมรอยยิ้มกว้างแบบมีความสุขสุดๆ และนั่นทำให้หน้าของเอมะแดงขึ้น ... มาซาโอมิรีบวิ่งหนีไปทันทีเมื่อเขาคิดได้ว่าเพิ่งทำอะไรลงไป XD (มาซะซัง น่ารักจังเลย 5555)

ในวันต่อมา เอมะก็ไปลองสอบของศูนย์สอบกลางที่มหาวิทยาลัยเมจิ ระหว่างที่เธอกำลังกลับบ้านนั้น เธอก็เหลือบไปเห็นคานาเมะอยู่แถวๆสี่แยกของสถานีโอจะโนมิซึ วันนี้คานาเมะใส่สูท และเขากำลังมองไปที่แม่น้ำด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขารู้สึกตกใจมากเมื่อเห็นเอมะกำลังตะโกนเรียกเขาอยู่นั้น และแม้ว่าเขาจะพยายามปกปิดสาเหตุที่เขามาที่นี่ แต่เอมะก็รู้อยู่ดี เอมะถามเขาไปตรงๆว่าทำไมเขาไม่ไปทริปที่นากาโนะ และเมื่อคานาเมะบอกว่าเขาอยากจะช่วยสอนยูสึเกะ เธอจึงบอกว่าเขาโกหก เธอรู้ว่าเขาอยู่ที่โตเกียวเพื่อที่จะคุยกับอิโอริ เมื่อรู้ว่าเขาไม่สามารถโกหกเธอได้อีกต่อไป คานาเมะจึงยอมแพ้และบอกว่าสิ่งที่เธอคิดนั้นถูกต้อง เขาพยายามที่จะคุยกับอิโอริในตอนที่คนอื่นไม่อยู่บ้าน แต่น่าเศร้าที่ความพยายามของเขานั้นล้มเหลวไม่เป็นท่าเพราะอิโอริไม่ยอมฟังอะไรเขาเลย เพื่อนร่วมงานของเขาที่วัดคนหนึ่งได้แนะนำให้เขารู้จักกับนักจิตวิทยาคนหนึ่ง และวันนี้เขาก็ไปปรึกษากับนักจิตวิทยาคนนั้นเรื่องอิโอริ นั่นคือสาเหตุที่เขาอยู่แถวๆสถานีนี้ จู่ๆคานาเมะก็ให้เมลใหม่แก่เธอ เขาบอกให้เธอบันทึกไว้ในชื่ออื่น และขอให้เธอติดต่อเขาทันทีถ้ามีอะไรเกิดขึ้น เขาบอกว่านี่คือสิ่งที่เขาสามารถทำได้ในตอนนี้ แต่เขาสัญญาว่าจะปกป้องเธอด้วยชีวิตของเขาเอง(หลังๆมานี้ ปลื้มคานาเมะมากค่ะ ฮีมีความอบอุ่นสูงมาก และนิสัยดีมาก แม้ภายนอกจะขัดกับนิสัยที่แท้จริงก็ตาม 555)

ในวันที่ 24 ธันวาคม รุยบอกให้เอมะไปที่ร้านซาลอนของเขา เขาไปร่วมงานปาร์ตี้ไม่ได้ แต่เขาอยากทำผมให้เธอและหาชุดให้เธอใส่สำหรับงานปาร์ตี้ และเพื่อเหตุผลแอบแฝงบางอย่างด้วย มาซาโอมิขอให้เธอร่วมงานปาร์ตี้ เมื่อพวกเขาสั่งอาหารและเค้กสำหรับงานปาร์ตี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ยูสึเกะก็โดนขอร้องให้ช่วยดูแลเรื่องอาหารที่สั่งเพราะเอมะจะออกไปข้างนอก หลังจากที่เธออธิบายให้เขาฟังเสร็จเรียบร้อยว่าต้องทำอะไรบ้าง เขาก็บอกให้เธอรู้ว่าเขาจะเข้ามหาวิทยาลัยเมจิด้วย มันอาจจะยากไปหน่อยสำหรับเขา แต่เขาก็จะพยายามให้ถึงที่สุด ยูสึเกะจึงถามเอมะว่าเธอจะช่วยสอนในส่วนที่เขาไม่เข้าใจได้มั้ย และเธอก็บอกว่าได้เพราะเอยังพอมีเวลาอยู่บ้างก่อนจะถึงตอนที่เธอนัดกับรุยไว้ ทันทีที่ยูสึเกะออกไปหยิบหนังสือ ซึบากิก็เข้ามาที่ห้องนั่งเล่น เขายังมีงานที่ต้องทำอยู่ และเขากลับบ้านมาเพื่ออาบน้ำเท่านั้น แต่วันนี้เขาดูต่างไปจากทุกที แทนที่เขาจะมาเกาะติดเธอเหมือนอย่างทุกที เขากลับบอกแค่ว่าให้เธอถ่ายรูปให้เขาดูหน่อยหลังจากที่รุยแต่งหน้าทำผมให้เธอเสร็จแล้ว เมื่อยูสึเกะกลับมา ซึบากิจึงถอนหายใจและพูดว่าเขาอิจฉายูสึเกะจริงๆ... เพราะแม้ว่าเขาจะย่ำยีไปเท่าไหร่ ยูสึเกะก็ยังคงคุยกับเอมะด้วยความรู้สึกที่เหมือนเดิมได้ตลอดเวลา และเขาก็ถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะออกจากห้องไปโดยไม่อธิบายอะไรเลย     

 

ในร้านซาลอนของรุย เอมะเพิ่งจะรู้ว่าชุดที่เธอจะใส่วันนี้คือชุดที่มาซาโอมิให้เธอเป็นของขวัญ นั่นคือสาเหตุที่ทำไมเขาขอให้เธอยอมรับข้อเสนอของรุย หลังจากที่เขาทำผมให้เธอเสร็จแล้ว รุยก็เอาที่คาดผมน่ารักๆมาใส่ให้เธอ และบอกว่านี่เป็นของขวัญจากเขา (´`)☆゜:* เอมะออกจากร้านของรุยตอนหนึ่งทุ่มกว่าๆ แต่เธอก็ตัดสินใจที่จะเดินอย่างช้าๆ เธอไม่อยากรีบวิ่งไปเพราะมันจะทำให้ผมเธอเสียทรงได้ โชคไม่ดีเลยที่เอมะทำแบบนั้น เพราะอิโอริเข้ามาคุยกับเธอตลอดทาง แม้ว่าเธอจะแต่งชุดนี้เพื่อไปงานปาร์ตี้คริสมาสที่บ้าน แต่เขากลับขอบคุณเธอเพราะคิดว่าเธอแต่งตัวแบบนี้เพื่อเขา (อิโอริ จิตน้อยกว่านี้ได้มั้ยลูก T^T) ในวันคริสมาสอีฟของปีนี้ เงาของโลกได้ไปบดบังดวงจันทร์ไว้ และเอมะไม่เห็นสีหน้าของอิโอริเพราะตอนนี้ท้องฟ้านั้นมืดมาก และแม้ว่าเสียงของอิโอริจะฟังดูอ่อนโยนมากก็ตาม เธอก็ยังรู้สึกกลัวอิโอริจับใจอยู่ดี อิโอริจึงบอกว่าเขาได้โบกรถรอไว้อยู่แล้ว และนี่ทำให้เอมะนึกถึงเมลใหม่ที่คานาเมะให้ไว้ เธอบอกอิโอริว่าเธอขอบอกอุเคียวก่อน พวกพี่น้องจะได้ไม่มารบกวน และอิโอริก็มองดูเธอส่งเมลไปให้กับอุเคียว เธอพิมพ์ไปว่าเธอกำลังออกไปเที่ยวกับอิโอริ ภายใต้ชื่ออุเคียวนั้น แท้จริงแล้วเป็นเมลใหม่ของคานาเมะ และเมื่ออิโอริเดินนำเธอไปที่รถ เอมะก็ได้แต่หวังว่าคานาเมะจะได้รับเมลที่เธอส่งไป  

ผ่านไปสักพัก อิโอริและเอมะก็มาถึงที่สุสาน อิโอริก็ขอให้เอมะรอเขาแป้ปนึง เพราะเขาหันไปหยิบช่อดอกไม้สีขาวที่เบาะหลัง และเธอก็ใช้โอกาสนี้เปิดมือถือเช็คเมล และเธอก็เจอเมลที่ส่งมาจากอุเคียว (ในที่นี้คือคานาเมะนะคะ หวังว่าจะเข้าใจ 555) เขาส่งมาบอกว่าเขาไม่รู้สถานที่ที่เอมะอยู่ และเธอก็รีบตอบกลับไปว่าเธออยู่ที่สุสาน เธอเกือบถูกอิโอริจับได้ เขาถามเธอว่าเธอจะทรหาใครหรอ แต่เธอก็คิดข้ออ้างขึ้นมาได้ทัน และบอกว่าที่นี่มืดมาก เธอเลยอยากให้มันมีแสงสักนิด เหตุผลนั้นทำให้เขาไม่สงสัยอีก แล้วอิโอริก็พาเอมะไปที่ส่วนในสุดของสุสาน เขาได้วางช่อดอกไม้ลงหน้าหลุมหลุมหนึ่งและพูดว่า ฟูยูกะสุขสันต์วันคริสมาสนะ เธอสวยมาก ω`)  หลังจากที่ความเงียบเข้ามาปกคลุมเป็นเวลานาน ในที่สุด, อิโอริก็ขอบคุณฟูยูกะและลุกขึ้นยืน เขาบอกเอมะว่าฟูยูกะอนุญาตแล้ว อิโอริกอดเอมะและพูดว่า..ในที่สุดพวกเราก็ได้คู่กันเสียที และเขาก็กระซิบบอกรักเธอ อย่างไรก็ตาม เอมะก็เห็นว่าหน้าตาของอิโอริไม่ได้มีความสุขเลย ในความเป็นจริงแล้ว หน้าตาของเขาดูเศร้าสร้อยมาก และนั่นทำให้เธอเจ็บปวดถ้าเธอปฏิเสธเขา แต่เธอรู้ว่าเธอควรจะหยุดความเข้าใจผิดของเขาไว้เพียงเท่านี้ เอมะหยุดเขาหลังจากที่เขาจุ้บเธอไปเพียงเสี้ยววินาที แต่ก่อนที่เธอจะอธิบายอะไรไป คานาเมะก็มาแยกพวกเขาทั้งสองทันที คานาเมะมาเพื่อปกป้องเอมะจากอิโอริ  

             เมื่อเอมะเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของอิโอริ เธอก็รู้สึกเสียใจทันทีที่เรียกคานาเมะมาที่นี่ อิโอริบอกคานาเมะว่าเขาไม่ได้ต้องการคนช่วยไถ่บาป คานาเมะจึงบอกเขาไปว่าเขายังติดอยู่กับอดีต แม้ว่าเขาจะปฏิเสธ แต่อิโอริก็ยังคงไล่ตามเงาของฟูยูกะ คานาเมะบอกให้อิโอริยอมรับมันเสียเถอะ แต่หลังจากที่ความเงียบเข้ามาปกคลุมอีกครั้ง... อิโอริก็ต่อยคานาเมะทันที และบอกให้คานาเมะยอมรับคำโกหกของตัวเองด้วยเช่นกัน Σ(Д`|||)หลังจากนั้น อิโอริก็เอาสร้อยไม้กางเขนเงินออกมา และถามคานาเมะว่าเขาจำได้มั้ยว่าเคยพูดอะไรไว้ คานาเมะบอกว่ามันคือของที่ระลึกจากฟูยูกะ อิโอริเคยมีความสุขเมื่อคิดว่าเขาได้ใกล้ชิดฟูยูกะอีกครั้งด้วยไม้กางเขนนี้ แต่คานาเมะก็มาห้ามเขาจากการฆ่าตัวตายทุกครั้ง หลังจากนั้น อิโอริจึงคิดได้ว่าสายสร้อยนี้มันยาวเกินไปสำหรับฟูยูกะ นั่นหมายความว่าคานาเมะโกหกเขา และเขาก็บอกว่าการที่คานาเมะโกหกเขานั้น ยิ่งทำให้เขาเจ็บปวดมากขึ้นไปอีก และเขาก็เอาสายสร้อยนั่นไปใส่ไว้ที่คอของคานาเมะ และพยายามฆ่าคานาเมะ (โดยสร้อยเส้นนั้น) พร้อมกับพูดว่าเขาจะไม่หลงเชื่อคำโกหกพวกนั้นอีก อิโอริบอกให้คานาเมะอวยพรให้ความรักของเขากับเอมะด้วย แต่คานาเมะรวบรวมลมหายใจของเขาและปฏิเสธอิโอริในทันที และพูดว่าเขาไม่สามารถปล่อยให้น้องสาวของเขาไปอยู่กับอิโอริได้ อิโอริบอกอย่างใจเย็นว่าเขาเข้าใจ และเขาก็ดึงสร้อยเส้นนั้นให้รัดคอของคานาเมะมากยิ่งขึ้น (กรี๊ด จิตไปแล้วนะอิโอริ!) เมื่ออิโอริขอบคุณสำหรับคำโกหกที่คานาเมะเคยบอกเขา เอมะก็เห็นว่าคานาเมะไม่ขัดขืนแล้ว คานาเมะหันไปมองเอมะและยิ้มให้เธออย่างเบาบาง(ประมาณว่าจะเป็นลมแล้วค่ะ) และตอนนั้นเองที่เอมะคิดได้ว่าคานาเมะแพลนไว้ว่าเขาจะยอมตายที่นี่ในมือของอิโอริ เมื่อรู้อย่างนั้น เธอไม่สามารถปล่อยให้เขาตายได้ เอมะจึงกรีดร้องเสียงดังและบอกให้อิโอริหยุดได้แล้ว  

อิโอริไม่สนใจท่าทีของคานาเมะ เอมะบอกอิโอริว่าคานาเมะโกหกเพื่อจะปกปองคนที่เขารัก แต่อิโอริไม่เชื่อว่าคำโกหกจะสามารถปกปองใครได ดังนั้น เอมะจึงตัดสินใจบอกเขาไปว่าเธอก็เคยโกหกเขาเช่นกัน เธอไม่ได้โกหกทางคำพูดเหมือนคานาเมะ แต่เธอโกหกเขาโดยการกระทำ เอมะจึงบอกว่าเธอควรจะปฏิเสธจูบของเขา แต่เธอก็โกหกเขาด้วยจูบนั้น อิโอริเซถอยหลังไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินแบบนี้ และเขาก็ถามว่าที่เธอทำเป็นเพราะว่าเธอไม่ได้รักเขาจริงๆใช่มั้ย ท่าทางเศร้าสร้อยของเขาทำให้เธอเจ็บตรงหัวใจ แต่เธอรู้ว่าเธอตองทำให้ทุกอย่างมันชัดเจน ดังนั้นเธอจึงตอบอย่างชัดเจนว่าเธอไม่ได้รักเขา และเธอไม่สามารถไปกับเขาได้ แต่อิโอริยังคิดว่ามันยากที่จะเชื่อ เอมะจึงอธิบายต่อว่าเขาเข้าใจความหมายที่เธอต้องการจะบอกผิดไปตั้งแต่ตอนอยู่ที่โรงพยาบาล มันคือความผิดของเธอเองที่ไม่ทำทุกอย่างให้มันดูชัดเจนกว่านี้ และเธอยอมรับว่าเธอโกหกเขาตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา แล้วเธอก็ขอโทษที่โกหกเขามาโดยตลอด แต่อิโอริก็ตอบอย่างแผ่วเบาว่าเขาเข้าใจดี ทุกคนโกหกเขา ดังนั้นเขาจะช่วยให้ตัวเองข้ามพ้นอดีตมาให้ได้ด้วยตัวของเขาเอง อิโอริเก็บสร้อยไม้กางเขนและเดินจากไป เขาหายไปตรงประตูทางเข้าที่แสงอาทิตย์ยามเช้าเริ่มส่องประกาย   

หลังจากอิโอริเดินไป เอมะก็รีบเข้าไปหาคานาเมะแล้วถามว่าเขาสบายดีมั้ย เธอพยายามทำให้เขาสบายใจโดยบอกว่าอิโอริจะไม่เป็นอะไร แต่เขากลับดูไม่มั่นใจนัก แม้ว่าอิโอริจะไม่เข้าใจการกระทำของเอมะผิดแล้ว คานาเมะขอโทษเอมะและบอกว่าสุดท้ายเขาก็ทำอะไรไม่ได้เลย เขาไม่สามารถปกป้องอิโอริได้ และเขาไม่สามารถทำอะไรเพื่อปกป้องเอมะได้เช่นกัน สุดท้ายแล้วคนที่ช่วยให้เอมะรอดพ้นอันตรายก็คือตัวเธอเอง เมื่อเขาไม่สามารถปกป้องใครได้แลว คานาเมะจึงคิดว่าเขาจะยอมตายในมือของอิโอริ ซึ่งจะทำให้อิโอริยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ ตอนที่เขาบอกว่าเขาไม่สามารถทำอะไรได้เลยทั้งๆที่เคยสัญญาไว้ว่าจะปกป้องอิโอริ เอมะบอกเขาว่ามันไม่ใช่ความจริงนะ คนเดียวที่เข้าใจอิโอริมากที่สุดก็คือคานาเมะ และเขาก็เป็นคนเดียวที่จะช่วยให้อิโอริพ้นจากความทุกข์ด้วย คานาเมะยิ้มเมื่อได้ยินแบบนี้ และเขาก็ขอบคุณเอมะที่พูดแบบนี้ออกมา มันทำให้เขามั่นใจว่าเขาจะสามารถทำได้จริงๆ อย่างไรก็ตาม เอมะคิดได้ว่ารอยยิ้มที่แสนอ่อนโยนของคานาเมะนั้น มันคือรอยยิ้มที่เขาสร้างขึ้นมาเวลาที่เขาโกหกเพื่อปกป้องใครบางคน  

 

หลัง #020 – ด้านของอิโอริ: 愛は続いてゆく ความรักตลอดกาล

หลังจากที่อิโอริปล่อยให้เอมะอยู่กับคานาเมะ เขาก็เดินไปที่หน้าผาใกล้ๆสุสาน เขาไม่มีเหตุผลอะไรที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้ว ดังนั้นเขาจึงคิดจะปล่อยให้ชีวิตเขาลอยไป.. แต่เขาก็พบไม้กางเขนนั้นสว่างขึ้นในอกของเขา เมื่อเขาคิดได้แบบนั้น เท้าทั้งสองข้างของเขาก็หยุดเดิน.. 

***** 
รอซื้อไลท์โนเวลถูกลิขสิทธิ์กันด้วยนะคะ ^ ^

Comment

Comment:

Tweet

ฮิคารุนางคิดว่านางจะรอดพ้นเงื้อมือของเอมะจริงๆหรอ เชื่อว่าอีกไม่นาน นางก็ต้องกลายเป็นหนึ่งในผู็เข้าแข่งขัยเช่นกัน 
สงสารอิโอริ ดูเหมือนจะกลายเป็นผู้แพ้ในสงครามไปเสียแล้ว รอลุ้นคนที่เหลือต่อ

#1 By KOTORI on 2014-04-18 21:15