credit Eng trans: Rin
credit Thai trans: peunswint/so-me.

             สำหรับเอมะแล้ว พี่น้องในบ้านอาซาฮินะนั้นคือครอบครัวคนสำคัญของเธอ พวกเขายังเป็นคนที่รักเธอด้วยใจจริงอีกด้วย และในที่สุดเธอก็พบคำตอบให้กับความรักที่พวกเขามีให้เธอ ในเล่มนี้ประกอบไปด้วย ถึงเวลาที่เอมะและยูสึเกะจะสอบเรียนต่อในมหาวิทยาลัยแล้ว, การต่อสู้กันที่ทำให้นัทสึเมะและซุบารุแตกหัก, ในขณะที่คานาเมะและอิโอริหาข้อสรุปร่วมกันสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อตอนนั้น, หลังจากที่เธอบอกทุกคนเกี่ยวกับความรู้สึกของเธอ, เอมะก็เรียนจบชั้นไฮสคูล และก้าวต่อไปข้างหน้า 

 

Chapter 21-1: 願いは叶わず心は通じて ความหวังที่ไม่ถูกเติมเต็ม และหัวใจที่เชื่อมกัน 

ระหว่างไปโรงเรียนนั้น ยูสึเกะถามเอมะว่าเธอสบายดีมั้ย จริงๆแล้วเธอรู้สึกไม่สบายใจหนักตั้งแต่วันคริสมาสอีฟ แต่เธอก็บอกเขาไปว่าเธอสบายดี และถามเขาเกี่ยวกับเรื่องผลสอบเอนทรานซ์แทน มันกลายเป็นว่ายูสึเกะแทบจะหมดความหวังกับคะแนนของเขาแล้ว – เขาได้คะแนนที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เขาไม่ได้เป็นเดือดเป็นร้อนกับคะแนนตัวเองสักเท่าไหร่ แต่เป็นเพราะอุเคียวกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาเลยยอมไปสอบ เขามีมหาวิทยาลัยเดียวที่อยากเข้า นั่นก็คือเมจิ เขาได้เกรด D ในการสอบพรีเอนทรานซ์ แต่เขาก็รู้ว่าเขาไม่ค่อยเก่งเรื่องเรียนสักเท่าไหร่นัก ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะวัดผลกันไปเลยทีเดียวในการสอบตรง (เหมือนสอบข้อสอบของมหาวิทยาลัยโดยเฉพาะค่ะ) ในขณะที่ยูสึเกะดูภูมิใจกับแผนอนาคตของเขาอยู่นั้น สิ่งต่างๆกลับดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่นักสำหรับเอมะ ผลสอบของเธอไม่ดีอย่างที่เธอหวังไว้ และเธอก็กำลังคิดที่จะเปลี่ยนตัวเลือก มันคงยากไปที่จะเข้ามหาวิทยาลัยเมจิด้วยเกรดของเธอในตอนนี้ อย่างไรก็ตาม ยูสึเกะบอกให้เธอหยุดคิดแบบนั้น ผลสอบพรีเอนทรานซ์ของเธอนั้นดีอยู่แล้ว และเขาก็รู้ว่าเธอฉลาดกว่าเขา ดังนั้นเขาจึงไม่อยากให้เธอยอมแพ้กับการสอบตรงเข้ามหาวิทยาลัยเมจิ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง..เขาไม่อยากให้เธอยอมแพ้ก่อนที่จะสอบเอนทรานซ์จริงๆ หลังเกิดความเงียบสักพัก ยูสึเกะก็เอาเครื่องราง ถึงโดยปลอดภัย ออกจากคอของเขา และเขาก็เอาให้เอมะ เขาบอกเธอว่าพระเจ้าอาจจะโหดร้ายไปบ้าง แต่ความหวังที่ออกมาจากใจจริงของคนๆหนึ่งมักจะสมหวังเสมอ มันคือของขวัญสำหรับคนที่ไม่ยอมแพ้ คำพูดของยูสึเกะนั้นทำให้เอมะจะลุกขึ้นสู้อีกครั้ง!  

หลังจากเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนวันคริสมาสอีฟ อิโอริก็หลบหน้าเอมะตลอด และคานาเมะก็ด้วย คานาเมะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ข้างนอกบ้านแทน พี่น้องคนอื่นๆในบ้านก็สังเกตเห็นพฤติกรรมของพวกเขา และนี่ก็ทำให้สถานการณ์ในบ้านตึงเครียด เอมะรู้สึกแย่มากๆเพราะเธอก็มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ด้วยและเธอยังรู้ด้วยว่าความขัดแย้งนี้จะไม่หายไปง่ายๆ คำพูดของยูสึเกะช่วยเตือนสติของเธอว่า ไม่ว่ามันจะยากแค่ไหน ตราบเท่าที่เธอยังไม่ยอมแพ้ มันก็ต้องมีสักทางที่จะแก้ปัญหานั้นได้ เธอบอกเขาว่าเธอจะลองสอบตรงเข้ามหาวิทยาลัยเมจิดู ระหว่างที่พวกเขากำลังกลับบ้านกันนั้น ยูสึเกะก็จับมือของเอมะอย่างไม่ทันรู้ตัว และหน้าเขาก็เริ่มแดงเมื่อรู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป เขารีบปล่อยมือและขอโทษเธอทันที แต่เธอก็จับมือของเขาใหม่ และบอกขอบคุณเขาในใจ  
 

เมื่อเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ เอมะก็เรียนหนักมาก เธอไปสอบเข้าตามมหาวิทยาลัยต่างๆ แต่เป้าหมายหลักของเธอยังคงเป็นมหาวิทยาลัยเมจิ อุเคียวบอกเธอว่าเขาจะดูแลงานบ้านเองจนกว่าเธอจะสอบเสร็จ ดังนั้นเธอจึงใช้เวลานี้ไปอ่านหนังสือได้ ในตอนนี้เอมะรู้แล้วว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะทำทุกอย่างได้ด้วยตัวของเธอเอง และเธอรู้ว่าการพึ่งพาคนอื่นบ้างก็เป็นสิ่งสำคัญเหมือนกัน หนึ่งอาทิตย์ก่อนจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยเมจิ ซุบารุมาหาเอมะ เขาบอกเธอว่าเขาได้รับเลือกให้เข้าไปอยู่ในทีมของนักบาสมืออาชีพแล้วและเขากำลังจะไปคิวชูในอาทิตย์หน้าเพื่อปรับตัวในขั้นสุดท้าย เขาจะไปประมาณสองอาทิตย์ ดังนั้นตอนที่เขากลับมา การสอบเข้าทั้งหลายก็คงจะหมดลงแล้ว เอมะดีใจที่ได้ฟังข่าวดีแบบนี้ และเธอก็บอกเขาว่าเธอจะทำให้ดีที่สุดให้ได้เข้ามหาวิทยาลัยเมจิ ซุบารุก็พูดว่าเขาจะดีใจมากถ้าเธอได้เป็นรุ่นน้องเขา และเขาก็กำลังจะพูดอย่างอื่นด้วย แต่เขาก็คิดได้ว่าเขาจะไม่รบกวนเวลาอ่านหนังสือของเธอแล้ว ก่อนจะออกไป ซุบารุบอกเอมะว่าเขาจะรอเธอในมหาวิทยาลัยเมจิ

เมื่อเวลาผ่านไป วันประกาศผลสอบเอนทรานซ์ก็มาถึง ยูสึเกะเห็นเลขของเอมะบนบอร์ด แต่พวกเขาไม่เห็นเลขของยูสึเกะ อย่างไรก็ตาม เขารู้ว่าเขาทำได้ดีแล้วในการสอบครั้งนี้ เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมาได้ไกลขนาดนี้ ดังนั้นถึงเขาจะสอบไม่ติก เขาก็ยังมีความศรัทธาในตัวเอง หลังจากสอบเสร็จ เขาก็ตัดสินใจว่า..แม้ว่าเขาจะสอบไม่ติด เขาก็จะกลับมาสอบเอนทรานซ์อีกครั้งในปีหน้า ยูสึเกะสัญญาว่าปีหน้าเขาต้องสอบเข้าให้ได้ ดังนั้นเขาจึงอยากให้เธอรอเขาที่มหาวิทยาลัยเมจิ เขาไม่อยากให้เธอเศร้ากับผลสอบของเขา และเขาก็หวังจริงๆว่าเธอจะมีความสุขกับผลสอบของเธอ ความตึงเครียดที่บ้านนั้นทำให้เขาเจ็บปวดอยู่บ้าง แต่เขาก็หวังว่าผลสอบของเธอจะช่วยให้บรรยากาศนั้นดีขึ้น ตอนที่พวกเขาเดินเข้าบ้าน, เอมะขอบคุณยูสึเกะที่เป็นห่วงเธอมากขนาดนี้ ยูสึเกะก็หน้าแดงและรีบวิ่งหนีเอมะ และเอมะก็ตามเขาไป J  

 

Chapter 21-2: 溢れた想いがぶつかり อารมณ์ที่พรั่งพรูนั้นขัดแย้งกันไปหมด

วันต่อมา นัทสึเมะก็ชวนเอมะไปเที่ยวที่สวนสนุก ในเขตมินาโตะ มิไร, เมืองโยโกฮามะ ที่นั่นเป็นสวนสนุกใหม่และยังไม่เปิดให้คนทั่วไปเข้า แต่เขาก็ให้ตั๋วเธอเพื่อเป็นนักทดลองเกมให้เกมใหม่ของบริษัทเขา นี่เป็นของรางวัลที่เธอสอบติด เธอเตะก้นเขาไป20ครั้ง และเขาก็หงุดหงิดที่ทางบริษัทใช้เสียงซึบากิและอาซึสะเป็นผู้บัญชาการ นั่นทำให้เขารู้สึกเหมือนว่าซิบากิทำให้เขาดูอ่อนแอขึ้นมาทันที เมื่อเอมะบอกว่าเธออยากเล่นเกมนี้กับพี่น้อง นัทสึเมะถามว่าเธออยากเตะก้นทุกคนที่บ้านเลยหรอ ตอนนี้เอมะได้พูดเรื่องของซุบารุขึ้นมา เธอบอกว่าซุบารุน่าจะเล่นเกมแอคชั่นเก่งเพราะกล้ามเนื้อเขายืดหยุ่นได้ดีมากพอที่จะเข้าไปอยู่ในทีมนักบาสมืออาชีพแล้ว และนัทสึเมะก็รู้สึกแปลกใจที่ได้ยินแบบนี้ หลังทานอาหารเย็นเสร็จ นัทสึเมะก็ขับรถพาเอมะกลับไปที่แมนชั่น จริงๆเขาอยากพูดอะไรบางอย่างกับเธอ แต่เขาก็คิดว่าจะเก็บไว้พูดคราวหน้าแทน อย่างไรก็ตาม เอมะก็รู้สึกได้ว่านัทสึเมะมีบางอย่างที่สำคัญอยากจะบอกกับเธอ เธอไม่รู้ว่าจะได้พบกันอีกเมื่อไหร่ ดังนั้นเธอจึงถามว่าเขาอยากพูดอะไร เขายอมรับว่ามันเป็นเรื่องสำคัญจริงๆ แต่เขาไม่สามารถพูดเรื่องนั้นได้หลังจากที่เขาได้ยินว่าซุบารุประสบความสำเร็จแล้ว นัทสึเมะยินดีกับซุบารุด้วยที่เขาได้เข้าไปอยู่ในทีมมืออาชีพแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนที่เขาถูกปลดออกจากการเป็นทหารประจำการ (?) นัทสึเมะไม่สามารถช่วยอะไรได้แต่เขารู้สึกสงสารซุบารุ และนั่นคือสาเหตุว่าทำไมเขาถึงไม่กล้าบอกเอมะไป   

              แล้วนัทสึเมะก็เล่าเรื่องอดีตให้เอมะฟัง เขาเคยเป็นนักกีฬาวิ่งมาราธอน เขาเคยเข้าร่วมวิ่งในงาน Tokyo-Hakone Round-Trip College Ekiden Race แต่เขาก็ยอมแพ้และหยุดวิ่งไป ไม่เหมือนกับซุบารุ ในขณะที่เพื่อร่วมทีมของนัทสึเมะได้เข้าร่วมการแข่งขันวิ่งมาราธอนระดับโลก เขากลับมาเริ่มทำงานแทน เขาทำงานในบริษัทที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเรื่องการวิ่งเลย ตอนนี้เขาเลยรู้สึกเหมือนตัวเองไม่เหมาะสมกับเอมะ แล้วเขาก็รีบบอกให้เธอลืมเรื่องนั้นไปซะ เมื่อเอมะรู้ว่านัทสึเมะบอกให้เธอลงไปได้แล้ว เธอจึงลงจากรถและเดินกลับไปที่แมนชั่น เธอรู้ว่าเขากำลังคิดอยากจะสารภาพ แต่เธอก็ตัดสินใจว่าเธอจะไม่ถามและรอจนกว่าเขาพร้อมที่จะพูดเรื่องนั้น เมื่อเธอใกล้ถึงแมนชั่น เอมะก็เห็นซุบารุที่ประตูทางเข้า เขาหันกลับมาและยิ้มให้ตอนที่เธอเรียกชื่อเขา นั่นทำให้เธอรู้ว่าเขาเข้าไปอยู่ในทีมนักบาสมืออาชีพอย่างเป็นทางการแล้ว แล้วซุบารุก็เดินมาหาเอมะ แต่ทันใดนั้นเสียงที่ดังขึ้นข้างหลังก็ทำให้เธอนิ่งไป ก่อนที่เธอจะบอกว่ามันเกิดอะไรขึ้นนั้น นัทสึเมะก็กอดเธอและบอกว่าเขาไม่สามารถถอยหลังได้อีกแล้ว เขารู้ว่าเขาเป็นผู้ชายขี้สงสาร แต่เขาไม่สามารถลบความรู้สึกที่เขามีให้เธอได้ เมื่อเธอมองขึ้นมา เขาก็กำลังจะสารภาพว่าเขารักเธอ แต่ทันใดนั้นพวกเขาก็ได้ยินเสียงซุบารุจากทางด้านหลัง ซุบารุบอกให้นัทสึเมะอยู่ห่างจากเอมะ และเขาไม่ให้นัทสึเมะได้หายจากอาการตกใจเลย เขาต่อยเข้าที่หน้าของนัทสึเมะ ในตอนนั้นเองฝนก็เริ่มตกลงมา และเอมะก็เห็นซุบารุกำมัดแน่นราวกับว่าเขากำลังดูถูกนัทสึเมะอยู่


 

Chapter 22: 遠ざかる背中に เคลื่อนเข้าไปสู่การถอยหลังกลับ

หลังความเงียบเข้ามาปกคลุมสักพักใหญ่ๆ นัทสึเมะก็ลุกขึ้นและเช็ดเลือดที่ปากออก ซุบารุถามอย่างโมโหว่าเขาทำอะไรเอมะ และนัทสึเมะก็หันกลับไปมองเอมะ เมื่อพวกเขาสบตากัน เอมะก็จำเรื่องราวตอนเธออยู่ที่อพาร์ทเม้นท์ของเขาขึ้นมาได้ทันที เขาหันกลับไปมองที่ซุบารุ นัทสึเมะยอมรับว่าเขารักเอมะ เขาพูดว่าเขาจริงจังกับเธอ และนั่นทำให้ซุบารุกัดฟันทันที เอมะกำลังตกใจที่เห็นว่าซุบารุจะต่อยนัทสึเมะอีกครั้ง แต่คราวนี้ นัทสึเมะรับหมัดของซุบารุได้ทันและบอกให้เขาหยุดทำแบบนี้ต่อหน้าเอมะได้แล้ว ในที่สุด ซุบารุก็ปล่อยกำปั้นออก และเดินกลับไปที่ของเขาที่ตรงทางเข้า เขาชำเลืองมองเอมะตอนที่เขาเดินผ่านเธอ แต่เขาไม่ได้พูดอะไรออกไป นัทสึเมะขอโทษเอมะ และบอกว่าเขาไม่รู้ว่าซุบารุอยู่ตรงนี้ ก่อนหน้านี้เขาคิดเพียงแต่ว่าจะหยุดเธอเท่านั้น เอมะเงียบไป และนัทสึเมะก็เดินไปส่งเธอที่หน้าห้อง เขาขอตัวกลับเมื่อส่งเธอเสร็จ เพราะตัวเขาเปียก แต่เธอก็เชิญเขาเข้ามาและรอจนกว่าเสื้อผ้าของเขาจะแห้ง   

ตอนที่เขาเดินเข้าห้องเอมะนั้น เขารู้สึกคิดถึงบ้านนิดๆเพราะห้องนี้เคยเป็นของเขาจนกระทั่งเขาออกจากบ้านไป ย้อนกลับไปช่วงนั้น ห้องนี้รกมากๆ ในห้องเต็มไปด้วยเชือกที่ใช้กระโดด, เสื้อผ้า และชุดกีฬากองระเกะระกะอยู่ทุกส่วนของห้อง นัทสึเมะต้องทำให้กางเกงเขาแห้งด้วย เอมะจึงออกจากห้องไปหยิบกล่องยา(สามัญประจำบ้าน)ที่ห้องนั่งเล่น ตลอดทางที่เดินไปนั้น เธอรู้สึกอายๆเพราะเธอเป็นคนเชิญนัทสึเมะเข้าไปที่ห้องเอง เธอไม่ได้คิดว่ามันเป็นสิ่งที่ควรจะทำหลังจากที่เขาเพิ่งสารภาพรักกับเธอ แต่เธอพยายามที่จะไม่คิดถึงเรื่องนั้นมากกว่า หลังจากที่ทายาให้เขาเสร็จ นัทสึเมะก็ถามเอมะว่าเขาคุยกับเธอสักพักได้มั้ย เรื่องที่เขาจะคุยก็หนีไม่พ้นเรื่องของซุบารุ นัทสึเมะรู้ว่าเอมะต้องตกใจมากแน่ๆท